Profil de Alexandra(P) Phos Graffeine (P)PhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
(P) Phos Graffeine (P)Draw by your light that's the true heart of Photography 13 octobre ไม่ได้ลงตีพิมพ์ ก็ลงมันในนี้แหละวะ“สายลับ” หรือ “สายล่ม” ในขณะที่คู่แข่งรายสำคัญๆ ฟัดกันนัวเนียในตลาด ล่าสุด TOT ก็พลันบรรลุธรรมถึงแก่นแท้ของการขยายตลาด นั่นคือการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ จากเดิมที่เอาแต่หมกเม็ดแอบกั๊กโปรโมชั่นให้รู้แค่กลุ่มเล็กๆ เฉพาะบางภูมิภาค ทั้งๆ ที่ปากตะโกนปาวๆ ว่า บริการทุกระดับเท่าเทียมกัน ในที่สุด ทีโอที หนึ่งในผู้ให้บริการ ADSL รายใหญ่ระดับต้นๆ ของประเทศไทย ก็พลันตาสว่างหลังจากหมกมุ่นเอาเป็นเอาตายกับการผลักดันให้ 3G เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่น่าชมเชยและน่าสนับสนุน ก็เกิดไอเดียบรรเจิด ทุ่มงบไม่อั้นลงสปอตโฆษณาประชาสัมพันธ์ชุด “สายลับ” (ชื่อเรียกชั่วคราวโดยผู้เขียน) หวังดันยอดผู้ใช้บริการ ADSL และสร้างภาพลักษณ์ของบริการขึ้นมาใหม่ เพราะปัจจุบันความต้องการใช้บริการ Hi-Speed Internet เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันตลาดก็มีการแข่งขันกันสูง ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ดีเพราะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ทั้งในด้านราคาที่ถูกลง และคุณภาพที่สูงขึ้น สำหรับ TOT มีแพ็คเกจความเร็วรองรับตั้งแต่ 1MB, 2 MB, 3MB, 4 MB, 8 MB และ 12 MB ด้วยระดับราคาที่คุ้มค่า แต่การเลือกใช้ hi-speed internet ควรเลือกขนาดความเร็วตามการใช้งาน จะได้จ่ายอย่างคุ้มค่า ฃโดยการทำตลาดในปีนี้ ของTOT จะเน้นการสร้างรูปแบบรายการส่งเสริมการขายให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานในแต่ละกลุ่มให้มากที่สุดภายใต้แนวคิด “อินเทอร์เน็ตเลือกได้” โดยที่ผ่านมามีการทำ Campaign “เน็ตเลือกได้ราคาเดียว” ด้วยราคา 590 บาทเลือกใช้ที่ความเร็ว 2MB แถมบริการโทรฟรี 590 บาท หรือใช้ความเร็ว 3MB ซึ่งในการให้บริการในปัจจุบันนั้น TOT สามารถให้บริการได้ทั่วประเทศด้วยระดับความเร็วสูงสุดถึง 12MB ด้วยราคา 1,500 บาท โดยมีการแบ่งกลุ่มคุณภาพของการให้บริการรองรับทั้งแบบ Home use และ Business ซึ่งระดับความเร็วที่ให้บริการในระดับทั่วประเทศคือ 3M ราคา 590 บาท/เดือน 4MB ราคา 790 บาท/เดือน 8MB ราคา 1,000 บาท/เดือน และ 12MB ราคา 1,500 บาท/เดือน วรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดเวลา 8 ปีทีผ่านมา ทีโอที ได้พัฒนาบริการด้าน Hi-Speed Internet ให้มีคุณภาพบริการด้วยความเร็วมากขึ้นตลอดเวลา จนปัจจุบันสามารถให้บริการได้สูงสุดถึง 12 MB และขยายพื้นที่บริการครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ การที่ ทีโอที มีโครงข่ายหลักครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุดจึงทำให้เป็นผู้ให้บริการที่มีศักยภาพในการขยายตัว Hi-Speed Internet ที่ดีที่สุดรายหนึ่งของประเทศไทย ในวันนี้บริการ TOT hi-speed Internet ได้รับความนิยมในทุกวัยและกลุ่มอาชีพ ซึ่งมีความต้องการรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ ด้านการศึกษา ตลอดจนไปถึงส่วนบุคคล โดยประเทศไทยยังมีอัตราการเติบโตด้านการใช้อินเตอร์เน็ตอีกมาก เพราะหากเทียบประเทศไทยกับประเทศในระดับภูมิภาคเดียวกันอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตของไทย ยังอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก โดยสัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตของไทยนับถึงไตรมาส 2 ในปี 2552 มีอยู่ประมาณ 21% ของจำนวนประชากรทั่วประเทศ ขณะที่สัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคอย่างประเทศเกาหลีใต้มีสูงถึง 77% ญี่ปุ่น 74% และฮ่องกง 69% ของจำนวนประชากรทั่วประเทศ และเมื่อเทียบสัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตของประเทศไทยกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่าประเทศไทยจัดอยู่อันดับที่ใกล้เคียงกับฟิลิปปินส์ รองจากสิงคโปร์ที่มี 67% มาเลเซีย 66% เวียดนาม 24% ในส่วนของกลยุทธ์การสานต่อความเป็นผู้นำบริการด้าน Hi-Speed Internet ของเมืองไทยในอนาคตอันใกล้นั้น วรุธ สุวกร กล่าวเสริมในประเด็นดังกล่าวว่า “ทีโอที จะมุ่งเน้นขยายพื้นที่บริการ TOT hi-speed Internet ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น มุ่งเน้นยกระดับการพัฒนาคุณภาพบริการให้ดียิ่งขึ้น อาทิการพัฒนาศักยภาพของ Core Network ให้เข้าสู่ความเป็นโครงข่าย NGN เพื่อรองรับการให้บริการที่เน้น Interactive และ Convergence มากขึ้น นำเอาเทคโนโลยีการใช้งาน Optic Fiber เป็นสื่อในการส่งสัญญาณจนถึงบ้านผู้ใช้มาให้บริการในวงกว้าง เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับการพัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจของประเทศ และการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยให้ดียิ่งขึ้น” นอกจากนี้ TOT จะมุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของลูกค้า และเร่งต่อยอดธุรกิจการให้บริการ Hi-Speed Internet ให้ครบวงจรด้วย อาทิ ให้บริการ IDC บริการ TOT e-conference บริการ TOT e-commerce บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต บริการ TOTnetcall บริการด้าน content เช่น บริการเกมออนไลน์ ได้แก่ Tales Runner และ We Do Dancing ในอนาคตยังมีแผนที่จะนำบริการใหม่มานำเสนอสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้บริการ Broadband ให้กับผู้ใช้บริการได้อย่างดีแม้จะต้องมีการเคลื่อนที่ด้วยเทคโนโลยี 3G รวมทั้ง สร้างสรรค์ความหลากหลายของการให้บริการในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้ง การให้บริการเสริม และการใช้งานอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ด้วยการสรรหาพันธมิตรที่มีคุณภาพในการให้บริการระดับสูงเข้ามาร่วมให้บริการ เราตั้งเป้าที่จะปรับปรุง และสร้างสรรค์รูปแบบบริการให้ตอบสนองความต้องการในการใช้งานของลูกค้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วในแต่ละกลุ่มลูกค้า ขยายศักยภาพการบริการให้มีความครอบคลุมมากขึ้น ด้วยคุณภาพในระดับมาตรฐานในทุกพื้นที่ เน้นการหลอมรวม บริการที่มีอยู่อย่างหลากหลายให้สามารถ(สร้าง Solution) ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในระดับการใช้งานแบบบุคคล และองค์กรด้วยรายการส่งเสริมการขายที่เหมาะสมกับสภาพการแข่งขันในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านทางพันธมิตรทางการค้าที่สามารถตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับบริการ TOT hi-speed Internet ทีโอที จึงวางกลยุทธ์ทางการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างการรับรู้อย่างชัดเจนถึงศักยภาพบริการ TOT hi-speed Internet อันประกอบด้วย ความเร็ว แรง ครบ คุ้มทุกความต้องการ จึงได้จัดทำแผนสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นความสนใจใช้บริการ โดยจะเผยแพร่สปอตโฆษณาเรื่อง Floating Market หรือที่ผู้เขียนตั้งชื่อให้ชั่วคราวว่า “สายลับ” เผยแพร่ในทุกสื่อ ทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ รถไฟฟ้า BTS พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์พิเศษ “ทีน อ้น ทั่วไทย เจอ 2คนที่ไหนได้ฟรี ไฮ สปีด อินเตอรเน็ต” เป็นกิจกรรมคาราวานโรดโชว์ เราจะไปทุกภาคของประเทศไทย โดยจะนำความสนุกสนาน ความตื่นตา พร้อมนำเสนอจุดเด่นของ TOT hi-speed Internet ถึงกลุ่มวัยรุ่นทั่วประเทศที่เป็นเป้าหมายให้รับทราบว่าทีโอทีพร้อมให้บริการ Hi-Speed Internet ตั้งแต่ 3,4,8,12 MB ตามความต้องการ “ความสำเร็จในการพัฒนาของบริการสื่อสารด้วยระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของ ทีโอทีคือการทำให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศสามารถเข้าถึงและใช้บริการอินเทอร์เนตได้อย่างพอเพียง เรามีความเชื่อว่าโลกวันนี้เป็นโลกของความคิดสร้างสรรค์ โอกาสของประเทศไทยอยู่ที่ความสามารถของคนไทย การสร้างและมีโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารของประเทศที่สนับสนุนทั้งในการทำธุรกิจ การศึกษา ตลอดจนการดำเนินชีวิต-ประจำวัน จะเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จที่ยั่งยืนของประเทศไทย วันนี้รูปแบบการดำเนินชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อินเทอร์เนตได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างรวดเร็วและสมบรูณ์ หลายคนโดยเฉพาะวัยรุ่นตื่นขึ้นก็เปิดคอมพิวเตอร์ ดำเนินกิจกรรมทุกอย่างผ่านอินเทอร์เนต ทั้งดูหนัง ฟังเพลง คุยกันเพื่อนค้นหาข้อมูลและที่สำคัญคือทำงาน ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่โลกไซเบอร์สมบูรณ์แล้ว เราสามารถเชื่อมโยงโลกให้ใกล้กันเพียงปลายนิ้ว ซึ่งนับเป็นการยกระดับการติดต่อสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ” วรุธ กล่าวสรุป
อย่างไรก็ดีจากที่ผู้เขียนมีโอกาสได้ชมสปอตชุดดังกล่าวหลายต่อหลายรอบ ต้องยอมรับว่าเป็นการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่เนียนมาก และช่างอลังการงานสร้างอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายสำคัญที่ทุ่มงบลงโฆษณาอยู่ก่อน สปอตดังกล่าว ใช้ชาวต่างชาติในบทสายลับสากลเป็นตัวดำเนินเรื่อง ที่ผู้ชมจะไม่รู้เลยหากไม่เฉลยในตอนจบ เนื่องจากคิวบู๊ทำออกมาได้ดี และอลังการไม่แพ้ ฉลอง ภักดีวิจิตร ปรัชญา ปิ่นแก้ว หรือแม้แต่ เพชรทาย วงคำเหลา แต่ขออนุญาตไม่นำไปเปรียบเทียบกับฮอลลีวูด เหตุที่ยอมรับว่าเนียนนั้นเนื่องจากอารมณ์ที่ดูตั้งแต่ต้นจนเกือบจบ จะเข้าใจว่ากำลังชมตัวอย่างภาพยนตร์ต่างชาติเกรด C ที่มาถ่ายทำในประเทศไทย หรือภาพยนตร์ไทยสไตล์ระเบิดภูเขาเผากระท่อมก็ไม่ปาน อย่างไรก็ดี ต้องขอชมเชยไอเดียในการรุกตลาดครั้งนี้ โดยเฉพาะการโฆษณาชวนเชื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพของความเร็ว ADSL ที่ TOT เปิดให้บริการ เพราะในวันนี้ ไม่ว่าจะดูยังไง โครงข่ายของ TOT ยังเป็นโครงข่ายที่ครอบคลุมที่สุด และใหญ่ที่สุดเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ได้มากที่สุดเสมอ การใช้โฆษณาเป็นตัวตอกย้ำให้คนรู้ถึงประสิทธิภาพคือการเสริมจุดแกร่งที่มีอยู่ได้อย่างสัมฤทธิผลที่สุด อีกทั้งสร้างภาพความแตกต่างของการมีตัวตนในตลาดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เพียงแต่ของเขานั้นติดลมบนเพราะคนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองไปแล้ว ด้วยกลวิธีที่ทำให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่จำได้ติดตาและติดหู หากแต่ของ TOT นั้นยังอยู่ในสภาวะของเด็กที่เริ่มหัดเดิน ทำให้การล้มลุกคลุกคลาน ต้องมีบ้างเป็นธรรมดา แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกคาใจคือเรื่องของ ประสิทธิภาพการให้บริการจริง ที่ตรงกันข้ามกับในโฆษณาโดยสิ้นเชิง ซึ่งประเด็นนี้เป็นที่ยอมรับและกล่าวขานกันดีในกลุ่มผู้ใช้บริการ ADSL ทั่วประเทศที่ค่อนข้างซีเรียสกับมาตรฐานของความเร็วสัญญาณเน็ต มากกว่าจะพิจารณาที่ราคาถูกประชานิยม เหตุที่ต้องกล่าวเช่นนี้เพราะในสปอตโฆษณา มีการอ้างสรรพคุณของ TOT ว่าสปีดเร็วทันใจ ขนาดใช้แค่ 3MB แล้วถ้าใช้ 8MB จะขนาดไหน ในความเป็นจริงสามารถตอบเป็นเสียงเดียวกันได้เลยว่า ขนาด 3MB ยังวิ่งได้ไม่ถึง 1.5 แล้วไอ้ 8MB ที่ต้องจ่ายแพงๆ ไป จะเสียความรู้สึกขนาดไหน ปัจจัยข้อนี้เป็นกรณีด่วนที่ทาง TOT ต้องเร่งแก้ไขอย่างด่วนที่สุด ต่อกรณีดังกล่าว เข้าใจดีว่าสาเหตุมาจากโครงข่ายของ TOT ค่อนข้างจะใกล้เคียงกับคำว่ามรดกโลก หลายต่อหลายพื้นที่ ไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนสายใหม่ อีกทั้งปัญหาจากสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่ไม่เอื้ออำนวยต่อสายเคเบิลทองแดงแม้แต่น้อย เพราะขนาดรายใหญ่ภาคเอกชน ยังสายเคเบิลขาดเป็นว่าเล่น แล้วโบราณวัตถุนี้จะรอดพ้นวิบากกรรมด้วยหรือ ซึ่งคำตอบนั้นมีอยู่แล้วในเว็บบอร์ดที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตแทบทุกแห่ง ว่าเสียงสดุดี แซ่ซ้อง สรรเสริญ ADSL ทุกระดับราคาของ TOT นั้น มีปริมาณขนาดไหน แต่ไม่ว่าจะเป็น “สายลับ” หรือ “สายล่ม” ก็ตามที อย่างน้อยที่สุด TOT ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า งานนี้จะไม่มีหมกเม็ดอีกแล้ว เพราะ TOT จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด Hi Speed Internet ในอนาคตอันใกล้นี้
25 juillet เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกวันที่ผ่านไปอย่างไร้ความหมาย
ฉันก็ยังอยู่กับตัวเองเพียงลำพัง
มันเป็นไปได้อย่างไร ก็เพราะไม่มีเธออยู่กับฉันแล้วไง
เธอจากไปโดยไม่มีแม้คำกล่าวลา
ใครก็ได้ช่วยบอกที ว่าทำไมเธอต้องจากไป ทิ้งฉันไว้ในโลกอันเหน็บหนาวเพียงลำพัง
ทุกๆ วันฉันได้แต่นั่งแล้วถามตัวเอง ว่าทำไมฉันถึงปล่อยให้เธอหลุดลอยหายไป
เสียงกระซิบจากที่ไหนซักแห่งดังขึ้นในหูของฉัน
ว่าคุณไม่ได้อยู่เพียงลำพัง คุณไม่ได้เหงาอย่างที่คิด
เพราะฉันอยู่ที่นี่ อยู่กับคุณเสมอ
แม้กายจะห่างไกล แม้เราต้องพลัดพราก แต่ใจของฉันอยู่กับคุณเสมอ
แล้วก็เป็นอีกคืนหนึ่ง
ที่ฉันเชื่อว่าได้ยินเสียงเธอร่ำไห้
ร้องเรียกหาฉัน เพื่อกอดประโลมไว้ในอ้อมแขน
ฉันได้ยินคำสวดภาวนาของเธอ
ความทุกข์ของเธอฉันยินดีจะช่วยแบ่งเบา
เริ่มต้นที่ส่งมือมา แล้วทุกอย่างจะดีเอง
เพียง 3 คำ แค่กระซิบเบาๆ แล้วฉันจะไปหาเธอในทันที
เธอรู้จักมันดีที่รัก 3 คำที่ว่า "อยู่กับฉัยที่นี่"
จำไว้ว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
เธอยังมีฉันอยู่เสมอ
ไม่ว่าเธอจะอยู่ใกลแค่ไหน
ใจของฉันก็ยังอยู่กับเธอ
เธอไม่ได้เหงาอย่างที่คิด
เพราะเธอมีฉันอยู่ด้วย
ต่อให้เราต้องพรากจากกัน
ใจของฉันก็จะมีแต่เธอ
อย่าลืม ว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง อีกต่อไป เพราะใจของเราอยู่คู่กันเสมอ
15 avril ความจริงที่น่าตระหนก คูกะ และ อากิโตะ คือศัตรูซึ่งกันและกันคูกะเป็นใคร กุรอนงิมาจากไหน อะไรคือลินโตะ ในอดีตกาล พระเจ้าแห่งแสงและพระเจ้าแห่งความมืด ณ ยุคนั้นถูกเรียกรวมกันว่า โอเวอร์ลอร์ด คือผู้รังสรรค์สร้างทุกสรรพสิ่ง ก่อกำเนิดสรรพชีวิตต่างๆ นา นับตั้งแต่ พืช สัตว์ มนุษย์ และ อมนุษย์
เวลาผ่านไป อมนุษย์ทรงพลังสองเผ่าที่เกิดขึ้นในฐานะตัวแทนแห่งแสงสว่างและความมืดเกิดข้อพิพาทต่อกันและเริ่มก่อสงครามกัน สองเผ่าได้แก่กุรอนงิ ชนเผ่าที่เกิดจากมนุษย์ผู้ลุ่มหลงในอำนาจมนตราแห่งความมืดหมายใช้มันเพื่อได้มาซึ่งอำนาจอันยิ่งใหญ่จนถูกครอบงำโดยความมืดมิดนั้นและจิตใต้สำนึกที่กระหายการต่อสู้ของมนุษย์เอง มีจุดเด่นคือการพัฒนาร่างกายไปกับการต่อสู้เพื่อได้มาซึ่งพลังที่เหนือกว่าเดิม กับ ลินโตะ ชนเผ่าผู้รับใช้พระเจ้าแห่งแสงสว่าง อยู่ใต้อาณัติการปกครองของชนชั้นนักรบที่เรียกว่า ลอร์ด และ เอล ลอร์ด สงครามเกิดขึ้นเป็นเวลาอันยาวนาน แต่อำนาจของกุรอนงิ ณ เวลานั้นที่นำโดยจอมราชันย์ อึน ดากูบาห์ เซบา เหนือกว่าลินโตะมากนัก อาจกล่าวได้ว่าแข็งแกร่งกว่าบรรดาเอลลอร์ดของลินโตะ เหตุนี้มนุษย์ที่ฝักไฝ่ทางสงบของลินโตะ จึงอ้อนวอนขอพลังอันยิ่งใหญ่ที่ทัดเทียมกับ ดากูบาห์ จากโอเวอร์ลอร์ด เพื่อกำจัดกุรอนงิคืนความสงบสุขแก่โลกที่โอเวอร์ลอร์ดสร้างขึ้นมาเสีย โอเวอร์ลอร์ดตระหนักถึงความตั้งใจอันแน่วแน่นี้ จึงมอบพลังให้กับมนุษยผู้นั้นเพื่อก้าวขึ้นเป็นแม่ทัพแห่งลินโตะ โดยการใช้หินอัมดัม และเข็มขัดอาร์เคิล แหล่งพลังงานชนิดเดียวกันกับดากูบาห์ จอมราชันย์แห่งกุรอนงิ นักรบผู้นั้นได้รับสมญานามว่า คูกะ ทว่า เบื้องหลังของพลังที่ได้มาโอเวอร์ลอร์ดแห่งความมืด ที่คิดจะชิงอำนาจสิทธิขาดในการดูแลโลก แอบทำสัญญากับคูกะว่า หากกำจัดกุรอนงิจนสิ้นแล้ว คูกะต้องเป็นทายาทแห่งความมืดผู้นำมาซึ่งความมืดชั่วนิรันดร์ ด้วยการต่อสู้กับโอเวอร์ลอร์ดแห่งแสง ในสงครามอันศักดิ์สิทธิ์ หรือที่กุรอนงิเรียกขานว่า เกเกรุ คูกะใช้พลังที่ได้รับมาแปลงร่างเข้าต่อสู้และสังหารบรรดากุรอนงินับไม่ถ้วน ด้วยการดึงพลังจากธาตุทั้งห้า ดิน น้ำ ลม ไฟ อัสนี ก่อเกิดร่างนักรบที่มีพลังมหาศาล แต่ในศึกครั้งสุดท้ายคูกะไม่ยอมใช้พลังแห่งความมืดเข้าต่อสู้ตัดสินกับดากูบาห์ เพราะความกลัวว่าพลังนั้นจะครอบงำและทำให้ตนกลายเป็นดากูบาห์ที่สอง คูกะจึงใช้วิธีการปิดผนึกดากูบาห์ โดยใช้ร่างของตนเป็นเครื่องมือปิดผนึก อีกนัยหนึ่งเพื่อป้องกันมิให้อำนาจความมืดนิรันดร์ ถูกโอเวอร์ลอร์ดแห่งความมืดนำไปใช้ และบรรดานักรบลินโตะได้สร้างโลงหินขึ้นเพื่อปิดผนึกร่างนี้ไว้พร้อมสลักอักขระโบราณเตือนให้รู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากใครก็ตามเปิดผนึกโลงศพนี้ โอเวอร์ลอร์ดแห่งความมืด จึงต้องเข้าต่อสู้กับอีกภาคของตนคือ โอเวอร์ลอร์ดแห่งแสงสว่าง ซึ่งตอนนั้นรู้ดีถึงแผนการของอีกฝ่าย จึงใช้พลังแสงบริสุทธิสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งอากิโตะขึ้นมาทำให้โอเวอร์ลอร์ดแห่งแสงต้องสูญพลังไปจำนวนมาก ท้ายที่สุดโอเวอร์ลอร์ดแห่งความมืดเป็นผู้ชนะในศึกนี้ และได้รับสิทธิในการปกครองดูแลโลก ส่วนโอเวอร์ลอร์ดแห่งแสง ก่อนจะสูญสลายได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายหว่านเมล็ดพันธุ์อากิโตะลงมายังโลก พร้อมความหวังลึกๆ ว่าสักวัน บุตรแห่งพระเจ้าตัวแทนแห่งแสงสว่างจะถือกำเนิด และนำมาซึ่งแสงสว่างชั่วนิรันดร์ ปริศนาแห่งอากิโตะ บรรดาลินโตะที่ได้รับเมล็ดพันธุ์อากิโตะเข้าไป ต่างเริ่มวิวัฒนาการตนเองทั้งแบบทีละน้อย และแบบข้ามขีดจำกัด โอเวอร์ลอร์ดแห่งความมืดรู้เรื่องนี้ดี จึงออกคำสั่งแก่นักรบลินโตะทุกตน ให้ตามไล่ล่าสังหารลินโตะคนใดก็ตามที่มีพลังแห่งอากิโตะแฝงอยู่ในร่าง รูปแบบของการวิวัฒนาการสู่สุดยอดแห่งนักรบของอากิโตะ มีหลากหลายรูปแบบแต่ที่เห็นได้ชัดสุดคือ สามรูปแบบที่ก้าวกระโดดอย่างล้ำหน้า กิลส์ ร่างกายที่พัฒนาถึงขั้นสุดยอดของกล้ามเนื้อและระบบประสาทแต่ยังไม่อาจก้าวไปถึงขั้นไร้ขอบเขต กล่าวคือเป็นได้แค่อมนุษย์นักรบแห่งลินโตะ แต่ยังมิใช่อากิโตะโดยแท้จริง ประเภทถัดมา อากิโตะ ร่างวิวัฒนาการที่ก้าวข้ามจุดสุดยอดไปแล้ว และพร้อมจะพัฒนาต่อได้อีกตามแต่วิญญาณของผู้ครอบครองพลัง และอนาเธอร์อากิโตะ ร่างที่วิวัฒนาการถึงขั้นสุดยอดแห่งพลังอากิโตะ แต่ไม่สามารถพัฒนาต่อให้ถึงขั้นไร้ขอบเขตได้ คูกะ vs อากิโตะ ในยุคปัจจุบัน มีการขุดพบซากสุสานโบราณ พร้อมโลงศพหินและร่างมัมมี่ของนักรบ เหล่านักสำรวจทำการเปิดผนึกโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้ดากูบาห์ตื่นขึ้นสังหารทุกคน ณ ที่นั้น และคืนชีพให้เหล่ากุรอนงิที่ตายไปในสงครามศักดิสิทธิ์ การกลับมาของดากูบาห์ครั้งนี้ มาพร้อมกับเกเกรุที่กำหนดว่า ผู้ชนะคนสุดท้ายจะได้เป็นราชันย์เหนือกุรอนงิทั้งปวง โกะได ยูสึเกะ ชายหนุ่มพเนจรที่โชคชะตานำพาให้มาเป็นคูกะได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างไม่คาดฝัน ด้วยจิตใจที่ต้องการปกป้องรอยยิ้มของทุกคน จิตวิญญาณของโกะไดจึงหลอมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับนักรบคูกะคนก่อน กลายร่างเป็นคูกะคนใหม่เข้าต่อสู้ และพัฒนาตนเองมาเรื่อยๆ จนถึงขั้นสุดยอด พลังแห่งความมืด ที่โกะได ไม่กล้าใช้มันเข้าต่อสู้กับดากูบาห์ ทำให้เข็มขัดอาร์เคิลถูกดากูบาห์โจมตีจนเกิดรอยร้าว ยูสึเกะจึงเหลือเพียงทางเลือกสุดท้าย หากต้องการพิทักษ์รอยยิ้มของทุกคน นั่นคือการใช้พลังแห่งความืดต่อสู้ในฐานะคูกะที่แท้จริง การต่อสู้ครั้งสุดท้าย โกะได รวบรวมจิตใจและความต้องการที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องชีวิต แทนที่จะใช้ความเกลียดชังซึ่งเป็นต้นกำเนิดที่แท้จริงของพลังแห่งคูกะ "ผู้ชนะ ในท้ายที่สุดจะนำมาซึ่งความมืดมิดชั่วนิรันดร์" หญิงสาวรอยสักกุหลาบทิ้งปริศนานี้ไว้ให้กับอิชิโจ คาโอรุ ตำรวจหนุ่มคู่หูของโกะไดก่อนที่เธอจะตาย แต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะจิตใจบริสุทธิ์ของโกะได แปรเปลี่ยนพลังงานแห่งความมืดทั้งหมดมาเป็นพลังแห่งนักรบก่อกำเนิดอัลติเมทคูกะ สุดยอดนักรบที่ยังไม่มีใครเทียบรัศมีได้ แทนที่จะกลายเป็นปีศาจร้ายบ้าคลั่งเหมือนดากูบาห์ ในการต่อสู้คูกะสามารถทำลายแหล่งพลังงานทั้งหมดของดากูบาห์ได้สำเร็จด้วยการชกที่เข็มขัดจนหินอัมดัมแตก แต่ดากูบาห์ก็โจมตีที่เข็มขัดของคูกะที่ร้วอยู่จนหินอัมดัมแตกเช่นเดียวกัน ทั้งสองจึงต้องต่อสู้กันด้วยร่างของมนุษย์ และชัยชนะเป็นของโกะไดในที่สุด แต่โกะไดไม่สามารถแปลงร่างเป็นคูกะได้อีกต่อไปจนกว่าเข็มขัดจะฟ้นฟูสู่สภาพเดิมซึ่งเขาต้องการเช่นนั้น เพราะพลังของอัลติเมทคูกะรุนแรงและน่ากลัวเกินกว่าจะนำมาใช้ต่อสู้เพราะพลังนั้นสามารถทำลายล้างโลกได้ทั้งใบ 3 ปีต่อมา เกิดคดีฆาตกรรมปริศนาโดยอมนุษย์ขึ้นอีกครั้ง เรียกว่าอันโนน แต่ครั้งนี้มนุษย์มีอาวุธลับที่พัฒนาขึ้นมาตอบโต้โดยอาศัยข้อมูลจากการพลังของคูกะ เป็นระบบ G3 และ G3-X กับ G4 แต่ระบบมีข้อผิดพลาด G4 จึงล้มเลิก ภายหลังทหารนำมาดัดแปลงใหม่แต่ข้อผิดพลาดยังคงอยู่เช่นเดิมจึงถูก G3-Xทำลาย สึงามิโซอิจิ ชายความจำเสื่อมแต่มีประสาทสัมผัสรับรู้การเคลื่อนไหวและจิตที่มุ่งร้ายของอันโนน ทำให้เขาแปลงร่างเป็นสิ่งที่เรียกว่าอากิโตะ เข้าขัดขวางอันโนนได้ อาชิฮาร่า เรียว นักกีฬาพรสวรรค์ หลังประสบอุบัติเหตุ ร่างกายก็พบความเปลี่ยนแปลง เขาสามารถกลายร่างเป็นมอนุษย์ที่คล้ายคลึงกับอากิโตะได้ เรียกว่า กิลส์ ทั้งคู่ต่อสู้กับอันโนนโดยไม่รู้ถึงเบื้องลึกแม้แต่น้อย จนกระทั่งภายหลังพวกเขาได้พบกับคิโนะ คาโอรุ นายแพทย์เทวดาที่มีพลังแปลงร่างเป็นอากิโตะที่สมบูรณ์แบบได้ หลังการปรากฏตัวของบรรดา เอล ลอร์ด ปริศนาต่างๆ เริ่มคลี่คลาย ศัตรูที่แท้จริงคือพระเจ้าโอเวอร์ลอร์ดด้านมืดเริ่มลงมือด้วยตนเอง เพราะหวาดกลัวต่อพลังอากิโตะ หลังจากที่เห็นโซอิจิพัฒนาอากิโตะเข้าสู่ร่างไร้ขอบเขต เบิร์นนิ่งฟอร์ม และกำจัดเอล ลอร์ด ลงได้ จึงคิดแย่งชิงพลังอากิโตะมาจากทุกคน เพราะเวลานี้ ไม่มีคูกะที่ตามชะตากรรมถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคานพลังนั้นไว้อีกต่อไปแล้ว ในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย กิลส์พัฒนาตนเองเป็นร่างต่อสู้ขั้นสูงสุดที่มีพลังเทียบเท่าอากิโตะเบิร์นนิ่งฟอร์ม แต่โซอิจิ ก้าวข้ามขอบเขตวิวัฒนาการเหนือกว่านั้น ด้วยการแปรสภาพพลังแห่งแสงสว่างบริสุทธิ์ ทำให้อากิโตะเข้าสู่ร่างไชน์นิงก์ฟอร์ม ตัวแทนแห่งแสงสว่าง เหมือนคูกะที่เป็นตัวแทนแห่งความมืด ส่วนคิโนะ คาโอรุ หรืออนาเธอร์อากิโตะเสียชีวิตก่อนการต่อสู้ครั้งสุดท้าย โซอิจิ ด้วยความช่วยเหลือของ G3-X ฮิคาวะ มาโกโตะ และ กิลส์ สามารถใช้พลังแห่งแสงกำจัดเอล ลอร์ด ตนสุดท้ายได้สำเร็จ และใช้พลังนั้นโจมตีโอเวอร์ลอร์ดด้านมืดที่กำลังเข้าสู่สภาวะจำศีลก่อนจะสลายไป หากคูกะเข้าร่วมรบ จะเป็นอย่างไร ในฐานะที่ทั้งสองคือตัวแทนแห่งแสงสว่างและความมืด ทั้งสองจึงเท่ากับเป็นศัตรูของกันและกัน คูกะต่อสู้เพื่อพิทักษ์ลินโตะ แต่อากิโตะต่อสู้เข่นฆ่านักรบของลินโตะ หากจะกล่าวก็เหมือนกับทรยศต่อชนเผ่า เพราะเนื้อแท้ของอันโนน คือนักรบของลินโตะที่ถูกบัญชาโดยโอเวอร์ลอร์ดด้านมืด ถ้าการต่อสู้เกิดขึ้นระหว่างคูกะและอากิโตะ ผลที่ออกมาจะไม่แตกต่างจากครั้งที่โอเวอร์ลอร์ดต่อสู้กันแม้แต่น้อย เนื่องจากอากิโตะ ณ เวลานี้แม้จะพัฒนาได้อีกอย่างไร้ขีดจำกัด แต่คูกะนั้นผ่านการพัฒนาจนควบคุมพลังแห่งความมืดได้ดังใจแล้ว อีกทั้งอยู่ในสภาพร่างสมบูรณ์แบบที่แข็งแกร่งที่สุด เท่าที่เหล่านักรบเคยมีมา 25 mars ก้าวข้ามทศวรรษ (Journey through the decade)ทุกดวงดาวที่เราเห็นล้วนบอกเรื่องราวของมันเอง ตำนานที่เล่าขานล้วนเชื่อมโยงเหมือนสายไยแห่งหมู่ดาว ดุจประกายแสงแห่งราตรีที่พาดผ่านกาลเวลา สู่โลกคู่ขนานที่ฉันต้องมุ่งไป บนเส้นทาง เราทุกคนต่างท่องไป ด้วยจุดหมายค้นหาตัวเอง แม้จนบัดนี้ เราทุกคนคือนักเดินทาง ปรากฏ ณ เบื้องหน้า คือเส้นทางทั้ง 9 ที่สักวันจะบรรจบ ที่ฉันจะเปลี่ยนมันให้สิ้นสุด ยังรุ่งอรุณใหม่ ด้วยการเดินทางข้ามทศวรรษ แม้ภาพที่เห็นจะเป็นภาพที่ถูกวาด แต่ความจริงของมันคือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงจิตใจ ที่ไหนสักแห่ง ที่ฉันต้องต่อสู้ อาจเป็นเพียงรอยด่างที่กระชากเอาตัวตนของฉันไป จงโอบกอดความฝันนั้นไว้ให้ดี เพราะพวกเราล้วนเป็นผู้วาดฝัน ชะตาของฉันถูกลิขิตให้ถูกพิชิตเพื่อยืนหยัดใหม่ วันใดที่ครบสิบ สายลมแห่งโชคชะตา จะพัดพานำไปสู่เส้นทางสายที่สิบ เพื่อท่องทะยานผ่านทศวรรษ อนาคตจะเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะสวยหรูหรือสิ้นหวัง เพราะฉัน จะเลือกเดินบนหนทางที่ฉันเชื่อ
แม้จนบัดนี้ เราทุกคนคือนักเดินทาง ปรากฏ ณ เบื้องหน้า คือเส้นทางทั้ง 9 ที่สักวันจะบรรจบ ที่ฉันจะเปลี่ยนมันให้สิ้นสุด ยังรุ่งอรุณใหม่ด้วยการเดินทางข้ามทศวรรษ 29 septembre ขอบคุณนะ"เพื่อน"ไม่คิดว่าอยู่ดีๆ จะมีโอกาสได้เห็นงานเก่าๆ อีกครั้ง และดีใจอย่างที่สุดกับการที่ได้เห็นธาตุแท้ของคนที่ตัวเองเรียกได้อย่างเต็มปากครั้งหนึ่งว่าเพื่อนร่วมงาน
ตอนที่ยังไม่เคยรู้จักกัน ก็เริ่มรู้สึกไม่ดีอยู่นานพอสมควร ที่เห็นผลงานตัวเองโดน คนๆ นี้ เพื่อนคนนี้ ก๊อปไปลงหน้าเว็บโดยไม่ให้เครดิตมานานมาก ขนาดเมล์ไปบอกก็ไม่ได้รับการตอบกลับ เข้าใจนะว่างานยุ่งมาก แต่แทนที่จะยอมรับว่าผิดพลาดกลับเสียงแข็งอ้างว่าเป็นของตัวเองอีก ถ้าจะอ้างว่าเป็นของคุณด้วยการก๊อปมาจากหน้าหนังสือเครือเดียวกันก็ไม่ว่า แต่มาบอกว่าชั้นเขียนเองมันไม่หน้าด้านไปหน่อยหรือ พยานบุคคลที่เป็นคนตรวจงานนี้ทุกวันนี้ก็ยังนั่งอยู่นะ แต่อย่าให้เขาต้องมาเดือดร้อนรับกรรมจากความ"ชุ่ย"ในการทำงานของอดีตเด็กใหม่ทีมเว็บเลย ไม่อยากดึงเขาลงมาปวดหัวกับเรื่องโสโครกนี่หรอก ถามหน่อยเถอะไอ้การใส่เครดิตแค่ตัวอักษร 5ตัว มันยากมากเลยสินะ เจ้าของผลงานที่มีสิทธิในการท้วงติงนี่ก็อีโก้โคตรสูงมากเลยเนอะ
แล้วก็ดูจะชำนาญเหลือเกิน กับการตอบแบบปัดความผิดพ้นองค์กร ถามจริงน้อง ภูมิใจมั้ย กับการเข้ามาตอบแบบปัดสวะพ้นตัวน่ะ ที่จริงน้องก็ไม่มีส่วนอะไรกับทีมนั้นเลยนะ แต่ยังอุตส่าห์มีน้ำใจ ก็โอเค ถือว่าเป็น"คนดีคนนึง" แต่ทำงานประสานกันมาก็ตั้งนานน่าจะรู้นะว่ากว่าอะไรจะออกมามันต้องผ่านกี่ขั้นตอน ผ่านการประชุมทีมีผู้บริหารนั่งฟัง ผ่านมติของทีม ผ่านการตรวจของบรรณาธิการตั้ง 3ครั้งเลยนะ กว่าจะผ่านได้ลงตีพิมพ์ในหน้าหนังสือน่ะ แต่เรื่องมันมีจนถึงตอนที่3 ที่เป็นตอนจบได้ แล้วทีม ณ เวลานั้น ไม่ได้อยู่ในช่วงวุ่นวายอะไรด้วย เข้าใจปัดดีนี่
หมา 2ตัว เคยเห่าว่า มันไม่ผิด มันคือการทดลอง ไม่สำเร็จก็หารูปแบบอื่น แต่ตอนนี้ตัวนึงไม่รู้หายไปไหนโดนน้ำร้อนราดเฉดหัวไปหรือยัง อีกตัวยังทำกร่างนั่งเต๊ะอยู่ในห้องวันๆ คอยเลียเค้าอย่างเดียวล่ะมั้ง
แปลกดีนะ ตอนทำล่ะบอกว่าแนวดี ลองดูเลย แต่พอมีผลปุ๊บรีบปัดออกปั๊บ โยนความผิดให้เจ้าของงานคนเดียว ถ้าของมันไม่สมควรจริงก็ไม่น่าผ่านตั้งแต่มติในห้องประชุมใหญ่แล้วคุณ นายคุณไม่ใช่คนโง่อย่างที่คุณคิดนะครับ ถ้าอะไรที่ไม่ดีเขาไม่ปล่อยให้มันหลุดไปหรอก สมแล้วที่เป็นอันดับหนึ่งจนต้องแพ็คขายยกโหล ภูมิใจมั้ยครับ ท่านเทพเกือบทุกท่าน หนังสือของพวกท่านนักเขียนชั้นเทพขายดีถึงขนาดต้องเอามาแพ็คขายยกโหลนี่น่ะ ระวังนะเด็กรุ่นหลังมันเห็นเข้ามันจะชมเอาได้ว่า "ถุย ให้ฟรีกูก็ไม่อยากอ่านของพรรค์นี้" แบบนี้จะยังมีหน้าไปบอกลูกหลานมั้ยนั่น
อีกอย่าง ให้เกียรติฟรีแลนซ์ของคุณหน่อย เด็กมันตั้งใจทำงานทำทุกอย่างให้เพราะมันจงรักภักดีกับพวกคุณ แต่ลับหลังพวกคุณมองว่าเค้าเป็นอะไร ตัวป่วน ตัวยุ่ง ตัววุ่นวาย แต่เวลาต้องการใช้งานเค้าล่ะเอาเชียว อัดงานมันเข้าไป ระวัง เด็กคนนี้เกิดป่วยเป็นอะไรขึ้นมาจะพาล่มยกคณะ ฐานะเค้าก็เท่ากับคุณนั่นแหละ เค้าแค่ไม่ได้นั่งเฉิดฉายในออฟฟิศแบบคุณก็แค่นั้น แล้วเวลาที่เค้าอธิบายคุณก็เอาแต่แว้ดๆ ใส่เค้า ใครกันแน่ครับคุณผู้หญิงที่มีปัญหาในด้านการสื่อสาร
เอาเป็นว่าขอบคุณมากครับ ที่ทำให้ผมมีวันนี้ ไม่สังเกตเลยเหรอว่าทำไมผมถึงไม่แย้ง ไม่อะไรเลยกับผลประเมิน เพราะผมดีใจไง ดีใจที่กูจะได้เป็นอิสระเป็นสื่อแท้ๆ ได้ ไม่ต้องเอาแต่เลียค่ายเกมไปวันๆ เหมือนอย่างที่พวกมึงบางตัวเป็น
ทุกวันนี้กูเป็น บก เป็น Project Manager กูภูมิใจว่ะ กูได้เขียนสิ่งที่อยากเขียน ทำในสิ่งที่สื่อควรทำ ไม่ใช่ต้องทำเพราะจำใจ ขัดเค้าไม่ได้เหมือนพวกมึง
ขอบคุณจากใจ "อดีต"เพื่อนร่วมงานเกือบทุกคน แล้วว่างๆ ไปกินข้าวกันนะ เดี๋ยวมีเลี้ยง 13 juillet ใกล้แค่ไหนก็เหมือนใกลกันรู้มั้ย ว่าทุกวันนี้มันอึดอัดและทรมานแค่ไหน กับการที่ได้มีโอกาสเข้าไปใกล้ๆ ที่ๆ เธออยู่ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการมองดูจากไกลๆ เพราะงานของเธอยุ่งมาก แน่นอนว่าของเราเองก็เหมือนกัน และเราก็ไม่ใช่ไอ้บ้าที่จะบุกไปหาใครในระหว่างเวลางานแล้วชวนคุยเรื่องส่วนตัวแน่ๆ วันหยุดที่ไม่ตรงกัน ทำให้มันรู้สึกลำบากและอดไม่ได้ที่จะอิจฉาใครๆ ที่ได้มีโอกาสพบหน้ากัน
ทุกวันนี้เข้าใจเสมอ ว่าเวลาไม่ค่อยมี แต่ก็ยังดีที่เราโทรคุยกันได้ เพียงแต่ มันรู้สึกอึดอัดและทรมานมากๆ กับการที่อยากเจอ อยากคุยแบบซึ่งๆ หน้า แต่ไม่สามารถทำในสิ่งที่ใจเรียกร้องได้ เพราะคำพูดที่เราเคยคุยกันว่าระหว่างพวกเรา หากต้องเลือก งานจะต้องมาก่อน แต่ถึงยังไงเราก็เป็นมนุษย์คนนึง มีเลือดเนื้อ มีหัวใจ มีความรู้สึกคิดถึงห่วงใย และอยากได้เห็นหน้าหรือฟังเสียงของเธอ ผู้หญิงคนเดียวที่เรารัก
แต่งยังไงก็ต้องขอขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้กันมาโดยตลอด ถึงจะมาทางสายโทรศัพท์แต่มันก็คือน้ำใจที่เธอมีให้เรามาเสมอ แน่นอนเราเองก็มีให้เธออยู่เสมอเช่นกัน
ถึงตอนนี้เราจะเหมือนได้ใกล้กัน แค่ระยะห่างเพียงชั้นเดียว มันก็เหมือนอยู่กันคนละฟากภูเขา แต่อยากให้รู้ไว้เสมอว่าถึงจะอยู่ที่ไหน ใจของเราก็จะอยู่กับเธอไปตลอดเวลา
จะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ แต่ตลอดเวลา10ปีที่ผ่านมานี่ เพื่อนสนิทของเธอคนนี้ ผู้ชายที่แสนธรรมดา ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากมายคนนี้ จิตใจยังมั่นคงและจริงใจต่อเธอเสมอ หากไม่เชื่อก็ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ จากอดีตถึงตอนนี้ และต่อไปไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม 27 juin ลาวลาว ประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้เราที่สุด ที่พวกเราส่วนใหญ่มีมุมมองในแง่ของการดูแคลนเขาอย่างที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่า ทุกวันนี้ ในด้านของสังคม และวัฒนธรรม ลาวได้ก้าวเจริญล้ำหน้าเราไปขนาดไหน
มองดูเผินๆ จากสภาพภายนอก เราคิดว่าเขาด้อยพัฒนา หรือกำลังพัฒนา ถูกแล้วลาวกำลังพัฒนาแต่ว่าพัฒนาให้ประเทศก้าวหน้าขึ้น แม้ในระบบหลักๆ จะยังขาดแคลนบุคลากรก็ตาม
ความเด็ดขาดของกฏหมาย ความเป็นระเบียบของผู้คน ความสมถะในการเลือกใช้ชีวิตที่ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ผลักดันลาวให้ก้าวหน้า
แม้ทุกวันนี้ เราจะยังไม่เห็นตึกระฟ้าสูงลิ่วในใจกลางเวียงจันทน์ แต่การพัฒนาแบบค่อยๆ ก้าวไปพร้อมกันนั้นถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจยิ่ง ลาวในวันนี้ ใช้วิธีการเลือกรับเอาแต่สิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์เข้ามาพัฒนาและคัดกรองเอาสิ่งที่เป็นส่วนเกินออกไป หากเราได้เดินเที่ยวในเวียงจันทน์ซักรอบ สิ่งที่เราจะสังเกตได้คือ รูปแบบการแต่งกายโดยเฉพาะของสุภาพสตรีที่มีลักษณะอันกลมกลืนของแฟชั่นและวัฒนธรรม แค่เสื้อธรรมดากับผ้าซิ่น ก็ทำให้พวกเธอเหล่านี้ดูงดงามมีเสน่ห์ได้ เรียบง่ายแต่ไม่เชย สุภาพแต่ไม่ตกยุค อย่าแปลกใจถ้าอนาคตอันยาวไกลจะเห็นลาวพัฒนาจนล้ำหน้า
เพราะเขาฉลาดที่จะเลือกรับแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ และเหมาะสมกับบุคลากร ไม่ใช่รับเพราะอนยากรับ โดยที่ไม่ได้ไต่ตรองหรือคัดกรองอะไรเลย
27 mai ชีวิตเป็นเพียงมายาในความฝันเดินคู่กันผ่านอะไรมามากมาย เห็นมาหมดทุกอย่าง สุข ทุกข์ เศร้า ผิดหวัง อยากหนีจากสังคมนี้ไปให้ใกล ไม่ต้องมีใครมาเจอ ไม่ต้องยุ่งกับใคร ความรักความสุขสมหวังเป็นเหมือนภาพฝัน เมื่อลืมตามันก็เลือนหายไป รู้บ้างมั้ยว่าชีวิตนี้อุทิศใจให้เธอหมด หากรักนี้ไม่สมหวัง มันคงไม่ต่างกับแสงที่ส่องวาบมาแล้วก็ดับไป ถ้ารักแล้วไม่ได้สุขสมหวังร่วมทางเดิน ก็ขอเดินต่อไปเพียงลำพัง ถึงผิดหวังรักก็ยังอยู่เสมอ ในใจจะมีแต่เงาของเธอ รอยแผลใจจะคงอยู่เสมอไม่มีจาง 26 mai โลกนี้แม่งน่าขำโลกนี้แม่งน่าขำ ใส่หน้ากากกันเข้าไป ความจริงใจหากันไม่มี เป็นคนดีมีคุณธรรมแล้วไง ชีวิตก็ไม่ต่างอะไรกับแกะดำในสังคม น่าขำชิบหาย วันนี้กูขอหัวเราะซักวัน แหงนหน้าแล้วหัวเราะกับฟ้า ลืมทุกอย่างให้หมด ใครจะคิดยังไงกูไม่สน รักหรือเกลียดกูไม่ต้องการ วันนี้ตัวกูใจกูเป็นอิสระ กูขอหัวเราะเยาะให้กับทุกสิ่ง ใจกูมันโล่งสบายเบาหวิวปลิวตามลมไปแล้ว 20 avril 3 นาทีอันมีค่ากับคำว่า Happy Birthdayตั้งใจไว้นานแล้ว ว่าอยากทำอะไรที่มันเซอร์ไพรส์และดูดี หรือว่าดูน่ารักในสายตาเธอบ้าง ก็พอดีกับวันเกิดเธอ สิ่งที่คิดไว้ก็เลยมีโอกาสได้ทำ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณมากๆ ที่ยอมสละเวลาลงมานานกว่า 3นาที ตามที่ขอไว้ ใจจริงอยากอยู่นานกว่านั้น อยากคุยนานกว่านั้น อยากมองหน้าเธอที่กำลังยิ้มมีความสุขนานกว่านั้น แต่ทำยังไงได้ก็ในเมื่อมันเป็นช่วงเวลางานของเธอ ดังนั้นแม้ 3นาทีก็มีความหมายให้จดจำและบันทึกไว้ในใจตลอดไป
ของขวัญที่ให้ไป อาจไม่ได้เลิศเลอ ไม่ได้มีราคาแพง ไม่ได้สวยงามอะไรมาก แต่ก็ได้แต่หวังว่าเธอจะชอบมันจริงๆ เพราะเราเป็นคนเลือกของไม่เก่ง แต่ว่าอยากให้จริงๆ
ไว้ถึงเวลา ถ้าเรารวยกว่านี้ ถ้าเราตั้งตัวได้ ถ้าสิ่งที่พวกเราช่วยกันคิดช่วยกันทำประสบความสำเร็จ และขยายตัวได้จนเสถียรแล้ว ถึงตอนนั้นของขวัญที่เราจะให้ในสันเกิดเธอ อาจจะเล็กกว่านี้แต่จะต้องดีกว่านี้อย่างแน่นอน
แต่ทำไมน้อ เวลาเจอหน้าแล้วความกล้าที่จะพูด ที่จะขอมันถึงได้หายไปหมด มีแต่คำว่าจนกว่าจะถึงเวลา ถ้าเธอไม่รังเกียจที่จะรอ แต่คำว่า เราขอให้เธอช่วยเป็นคนที่เดินไปด้วยกันตลอดไปได้มั้ย มันกลับพูดไม่ออก ทำไมไอ้ความกล้าบ้าบิ่นที่เคยมีมันหายไปหมด ไม่เข้าใจ
แต่ยังไงก็ขอให้มีความสุขมากๆ นะ ทั้งในปีนี้และตลอดไป เราจะคอยเป็นกำลังใจให้เธอเสมอ Happy Birthday My Sweet Angel
6 mars Wonderland Online ซื้อไอเทมมอลให้คุ้มค่าเงิน 885บาท อาจเป็นมูลค่าที่สูงมากในมุมมองของคนที่เล่นเกมออนไลน์แบบแอร์ไทม์ซึ่งเฉลี่ยได้วันละ 15บาท แต่กับเกมแนวไอเทมมอลที่ต้องเติมบัตรซื้อไอเทมอย่างวันเดอร์แลนด์นั้น แน่นอนว่าเงินเริ่มต้นจำนวนนี้จัดว่าสูง เพียงแต่มูลค่าที่สูงขนาดนี้กลับใช้ได้ตลอดชีพไม่ต่างกับการซื้อเกมกล่องของแท้มาเล่น
รายละเอียดของไอเทมในราคา 885บาท
- อาวุธ 200 บาท ตามแต่สายการเล่น
- ปีก 200 บาท (สินค้าที่คุ้มค่าที่สุดที่เลือกซื้อจากไอเทมมอล) เลือกเอาว่าจะเอาเพิ่มพลังป้องกันอย่างปีกเทวะคุ้มครอง หรือ เพิ่มพลังโจมตีอย่างปีกปีศาจมืด
- วงแหวนพลัง 167 บาท หมวกสุดคุ้มที่เพิ่มค่า Max HP & SP
- สาวใช้ 150 บาท ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาผลิตเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านเอง (คุ้มค่าที่สุดในแง่อำนวยความสะดวก)
- พรมหนังเสือ 67 บาท ทำให้ SP ฟื้นไวขึ้นตอนอาบน้ำ (ของทางเลือก)
- ฉากกั้น 100 บาท ทำให้พลังชีวิตฟื้นไวขึ้นเมื่ออาบน้ำ (ของทางเลือก)
หากตัดเอา 2อย่างสุดท้ายออก ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นจะเหลือแค่เพียง 718 บาท ถ้าถามว่าคุ้มมั้ยกับเงิน 718 บาทนี้ กับตัวละครหลักของเรา ก็สามารถตอบได้อย่างไม่ต้องลังเลว่าคุ้มที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวใช้ที่จะออยู่กับเราไปตลอด หรือหากตัดอาวุธออกไปอีก จะเหลือเพียงแค่ 518บาทเท่านั้น
ทีนี้ก็มาดูกันว่าความคุ้มของมันอยู่ที่ไหน
เนื่องจากตัวละครของเรานั้นแน่นอนว่าต้องเริ่มต้นที่เลเวล 1 การเก็บเลเวลก็ต้องเป็นไปตามสเต็ป เพียงแต่วันเดอร์แลนด์นั้นเป็นเกมที่หาเงินค่อนข้างยาก ดังนั้นการจะซื้ออุปกรณ์ต่างๆ สวมใส่ในช่วงต้นจึงเรียกได้ว่าค่อนข้างลำบาก แต่เดี๋ยวก่อน ด้วยพลังของไอเทมมอล ตัวละครของเราจะสามารถไปได้อย่างรวดเร็วและมีทุนทรัพย์ได้อย่างว่องไวภายในช่วง 20 เลเวลแรก เรียกได้ว่า 10 เลเวลแรกนั้น เราสามารถเดินแก้ผ้าตีมอนสเตอร์ได้อย่างไม่ต้องเกรงกลัวอะไรเลย เนื่องจากไอเทมสวมใส่โดยเฉพาะอาวุธจากไอเทมมอลนั้นจะมีคุณสมบัติเท่ากับอาวุธเลเวล 20 เมื่อยังไม่ได้อัพเกรด และหากทำการอัพเกรดโดยใช้คูปองพัฒนาจนถึงขีดสุด จะสามารถขยายขีดจำกัดประสิทธิภาพไปได้เทียบเท่าไอเทมเลเวล 45 - 50 เลยทีเดียว ดังนั้นในส่วนนี้จึงนับว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง
สำหรับไอเทมสริมต่างๆ อย่างสาวใช้ หรือฉากกกั้น และ พรมหนังเสือนั้น เพียงแค่เลเวล 5 - 6 เราก็สามารถใช้คุณสมบัติจากมันได้แล้ว เพียงแค่รวบรวมวัตถุดิบจำนวนหนึ่งซึ่งหาได้ง่ายสุดๆ นำมาสร้างเป็นอ่างไม้สนเท่านั้น
หากจะจ่ายเพิ่มให้ครบสเต็ป
ตัวเลือกสำหรับคนทุนหนา แน่นอนว่าครั้งเดียวอาจยังไม่พอใจ สำหรับคนที่ทุนหนาและต้องการความคุ้มค่าให้ได้ครบถ้วนขีดสุดในการจ่ายเงินเพียงแค่ครั้งเดียว ในส่วนนี้ทางเลือกดังกล่าวคือ คูปองพัฒนาใบละ 45 บาท สำหรับการอัพเกรดอุปกรณ์ โดยอาวุธสามารถอัพเกรดได้ถึง+4 ใช้คูปอง 10 ใบ และเครื่องป้องกันอีก 2 ชิ้น ชิ้นละ 6 ใบ ให้ได้ + 3 รวมทั้งหมดคือ 16 ใบ เป็นเงินทั้งสิ้น 720 บาท
เงิน 720 บาทจำนวนนี้ กล่าวได้ว่าเป็น 720 บาท ที่คุ้มจนไม่รู้จะว่ายังไง เพราะมันครอบคลุมในการจ่ายเพียงครั้งเดียว หากเป็นคนทุนน้อยก็สามารถอาศัยการเก็บหอมรอมริบเจียดมาทีละเล็กละน้อยได้ เพราะช่วงเวลาที่เก็บเลเวลจาก 1 - 40 นั้น ไม่ใช่แค่อาทิตย์เดียวหรือวันสองวัน แต่ใช้เวลาเป็นเดือน โดยเฉพาะคนที่เลือกเล่นแบบฉลาดๆ สบายๆ ต้องการพักผ่อนสมองและสังคมมากกว่าจะแข่งขันกับคนอื่น เงิน 720 บาท ที่เพิ่มเข้ามา จึงเปรียบเสมือนการซื้อความสุขในอีกรูปแบบหนึ่ง
นอกจากนี้คือเงินค่าประแจสำหรับซ่อมแซมในราคา 138 บาท แต่สามารถใช้ได้ถึง 10ครั้งด้วยกัน ซึ่งกว่าจะครบ 10 ครั้งนั้น ก็กินเวลาไปหลายเดือนทีเดียว เผลอๆ อาจถึงครึ่งปีได้ หากเลือกใช้สำหรับซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ซื้อจากไอเทมมอลเท่านั้น
สำหรับความคุ้มค่าด้วยเงินจำนวนนี้ที่นำมาเล่าสู่กันฟังนั้น ก็เป็นเพียงแนวทางที่หากเพื่อนๆ คนไหนที่เล่นวันเดอร์แลนด์ออนไลน์จะแวะผ่านเข้ามาอ่าน จะได้เก็บไว้ศึกษาเป็นแนวทาง ว่าเราจะใช้จ่ายเงินในการซื้อไอเทมมอลอย่างไรให้ชาญฉลาด โดยไม่ต้องหมดไปกับการเสี่ยงดวงที่ไม่รู้ว่าจะโชคดีหรือร้ายอยางหลายๆ คน ที่หมดไปเป็นพันๆ บาท แต่ที่แน่ๆ เงินจำนวนนี้สำหรับไอดีเดียวตัวละครหลักตัวเดียว ความคุ้มค่าเกินราคาเสมอ
19 février อีก 2วัน ที่อยากจะขอบันทึกไว้ในความทรงจำวันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2550 อาจจะเลทเกินไปถ้าจะพูดถึงวันนี้ แต่สำหรับความรู้สึกที่ยังอยู่ในใจมันไม่เคยจางหาย คืนวันนั้นหลังจากที่เราเดินออกจากออฟฟิศ ด้วยความรู้สึกที่เพลีย และอยากพักผ่อนเพื่อเจอกับงานที่จะต้องสานต่อในวันรุ่งขึ้น ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถยังไม่ทันจะพ้นตึกฟิวเจอร์ดี เธอก็โทรมาหาเรา ตอนนั้นเราตกใจมากที่ได้ยินเธอร้องขอให้ช่วย แต่ก็โล่งอกที่เธอบอกแค่ว่าเผลอซื้อของจนเงินหมดขอให้ช่วยไปส่งกลับบ้านที ประโยคแรกเราโล่งอกที่เธอไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่เราตกใจ และประโยคที่สองมันทำให้เรารู้สึกดีใจอย่างที่สุดเพราะไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำนี้แบบไม่คาดฝัน เราไปรับเธอที่หน้าราม1 ระหว่างทางในคืนนั้นเธอทำให้ครอบครัวของเราเติมเต็มขึ้นมา ที่นั่งว่างด้านหลังข้างๆ เราที่มันว่างอยู่ มีเธอขึ้นมานั่ง และพวกเราพูดคุยกันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างที่เราฝันอยากให้มันเป็นจริงไวๆ ระยะเวลา40นาที จากหน้ารามไปถึงหอพักของเธอ คือช่วงเวลาที่เราอยากจะหยุดมันเอาไว้แค่นั้น มันเหมือนความฝันที่เราไม่อยากตื่นขึ้นมาอีก จนถึงตอนนี้กลิ่นน้ำหอมของเธอยังติดอยู่ตรงที่เธอนั่งเสมอในความทรงจำของเรา ถึงมันจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่สำหรับเราคุณค่าทางใจที่ได้รับมันช่างเปี่ยมล้นเหลือเกิน ในคืนนั้นเราควรเป็นฝ่ายขอบคุณเธอมากกว่าที่ทำให้เราหายเหนื่อยและมีแรงใจจะสู้ต่อในวันรุ่งขึ้น ขอขอบคุณจากใจจริง
พฤหัส 14 กุมภาพันธ์ 2551 วันวาเลนไทน์ ปีนี้เป็นการครบรอบ 1ปี หลังจากวาเลนไทน์ปีที่แล้วที่พวกเราได้ร่วมกิจกรรม L2 Sweet Valentine ด้วยกัน เพียงแต่ปีนี้ความทรงจำที่ได้มันมากมายมหาศาลยิ่งกว่าเดิม เราสองคนไปเจอกันที่หน้าแมคโดนัลด์เอสพลานาด ใช้เวลาด้วยกันไปกับการเดินเล่น ดูของ พูดคุย และหยอกล้อกัน เพียงแต่เราไม่มีดอกไม้มาให้เธอเท่านั้น เพราะความรู้สึกเราดอกไม้ให้ไปไม่นานมันก็เหี่ยวเฉา จนถึงเวลาทุ่มตรงที่พวกเราเข้าไปลงทะเบียนเข้างานที่ Blue O Rhythm Bowl ในห้อง VIP ที่จะมีแค่คู่รัก 14คู่ที่ได้รับเลือก แน่นอนพวกเราเป็นหนึ่งในนั้น คืนนั้นเธอเป็นคนเลือกที่นั่งได้วิเศษและเหมาะมากเพราะเป็นที่นั่งที่มีความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษ เราเองก็ต้องการความเป็นส่วนตัวเล็กน้อยอยู่แล้วในตอนนั้น พอเริ่มกิจกรรมพวกเราได้ออกไปตักอาหารด้วยกัน เราตักให้เธอ เธอตักให้เรา มันบอกไม่ถูกน่ะว่ารู้สึกมีความสุขแค่ไหน และวันนั้นคือวันที่เราต้องจำไว้ว่านั่นคือ ดินเนอร์สุดหรูครั้งแรกของเราสองคน จนถึงเวลาแข่งโยนโบว์ลิ่ง กติกา Loving Lane ทำให้เราได้มีโอกาสควงแขนกับเธอ และเราอยากให้มันเป็นแบบนั้นตลอดไป เธอช่วยสอนเราจากคนที่ไม่เคยโยนโบว์ลิ่งมาก่อนในชีวิต ให้โยนเป็นได้ในรอบที่ 5 แต่เราต้องขอโทษที่ฝีมือไม่ถึงขั้นจะคว้าMP4มาเป็นของขวัญวาเลนไทน์ให้เธอ หรือแม้แต่ตั๋วหนัง10รางวัล แต่แค่ได้ใช้เวลาอยู่กับเธอมันก็ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอิบใจอย่างบอกไม่ถูก จนถึงเวลาจบกิจกรรมที่เราไม่อยากให้มันจบเลย เพราะเราอยากมีเวลากับเธอให้นานกว่านี้ แต่อย่างน้อยเวลา 3ชั่วโมงนั้นก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าและดีที่สุดสำหรับเรา ขอบคุณมากที่ทำให้วาเลนไทน์ปีนี้มีความหมายกับเรา และต้องขอบคุณ NC True ที่ให้โอกาสเลือกพวกเราสองคนเข้าเป็น1ใน14คู่รักโดนใจ ความรู้สึกอบอุ่นที่แขนและมือของเรามันยังไม่ได้จางหายไปไหนแต่มันยังอยู่ในใจและความทรงจำของเราเสมอมา ขอบคุณเธออีกครั้งอย่างที่สุด และอยากบอกว่ารักเธอเสมอ ถึงปากเราจะเจ้าชู้ชอบแซวสาวๆ เล่นมากแค่ไหน แต่ใจของเราก็ยังยึดมั่นอยู่กับเธอเสมอ เจ้าหญิง นางฟ้า และเทพธิดาของเรา 2 novembre ขออภัยที่ต้องลบ Blog บางส่วนออกเนื่องจากข้อมูลใน Blog ดังกล่าวที่ถูกลบนั้น มีหลายส่วนที่ผิดพลาดและคาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จากการตีความที่ผิดพลาดของผมเอง จึงต้องขออนุญาตทำการลบออกเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเข้าใจผิดเนื่องจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอีก
ทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณ คุณ Yingyong และ คุณ เมฆเหิรน้ำไหล ทั้งสองท่านที่กรุณาชี้แจงให้ทราบถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ขอขอบพระคุณอย่างสูงอีกครั้งครับ
หวังว่าจะได้รับความกรุณาจากทั้งสองท่าน ในการแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนสเปซแห่งนี้อีกสักครั้ง เพื่อเผยแผ่ความรู้ และข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อทุกๆ คน ที่ผ่านเข้ามาในสเปซแห่งนี้ 1 septembre Cabal เมื่อเทียบชั้นกับรุ่นพี่อย่าง Lineage และ GEถือเป็นปรากฏการณ์แบบเหล้าเก่าในขวดใหม่ หลังการเข้ามาของCabal Online ไม่มีใครที่จะไม่เข้าไปลอง และไม่มีร้านเน็ตที่ไหนจะไม่ลงเกมนี้ไว้ เหมือนปรากฏการณ์ร้านเน็ตถล่มทลายสมัยที่ RO เข้ามาในประเทศไทยครั้งแรก
เปรียบเทียบกับเกมระดับสุดยอด ณ ปัจจุบัน Cabal อยู่ในจุดไหน
-ด้านระบบ
ในเรื่องของจุดเด่น Cabal นั้น ต้องยอมรับว่ามีระบบที่สมดุลมากๆ เนื่องจากมีการวางโครงสร้างมาอย่างดี ไม่มีอาชีพที่เก่งที่สุดและไร้ประโยชน์ที่สุด ผู้เล่นไม่ว่าจะเล่นสายอาชีพใดก็สามารถสนุกกับสายอาชีพของตนได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ด้วยระบบของเกมออกแบบมาให้ผู้เล่นได้ดึงเอาศักยภาพของตัวละครที่ตนเล่นออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้การเล่นเป็นไปได้อย่างลื่นไหลเต็มที่ โดยเฉพาะการแบ่งช่วงพัฒนาการของผู้เล่นตั้งแต่เลเวล1-50ให้เป็นระดับฝึกหัดสร้างความคุ้นเคยกับตัวละครของตน และหลังจากเลเวล50ไปแล้วจึงเริ่มหาเพื่อนหาปาร์ตี้ และสร้างสังคมขึ้นมา อีกทั้งมีเควสท์ที่มีส่วนเกี่ยวพันกับเนื้อเรื่องทั้งหมด ทำให้มีความสนุกและความพยายามที่จะเล่นให้ได้อย่างต่อเนื่องกัน
จุดด้อยของ Cabal นั้นอยู่ที่ระบบการพัฒนาตัวละครในช่วงแรกนี้เช่นกัน เพราะกว่าจะเลเวล50 กว่าจะมีปาร์ตี้ ต้องใช้เวลาพอสมควร โดยเฉพาะในการพัฒนาตัวละครของตน ยิ่งในบางสายอาชีพนั้น การผ่านเควสท์ในช่วงเลเวล35-50เรียกได้ว่านรกแตกเลยทีเดียว แต่ข้อดีของมันคือ การได้พัฒนายุทธวิธีการเล่น การวางแผนอย่างเป็นระบบขั้นตอน
-ด้านกราฟิก
Cabal มีกราฟิกในแนวฮาร์ดคอร์ แบบเดียวกับลินเนจ จึงค่อนข้างเป็นที่นิยมของผู้เล่นไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ชาย ผิดกับ DOMO ที่จะเน้นความน่ารักและเจาะไปในกลุ่มของผู้หญิงแทน แต่ทั้งนี้ระบบกราฟิกของมันยังต้องบอกว่าเป็นรองลินเนจอยู่ขั้นหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีระบบของการใส่เอฟเฟกต์ที่ดูอลังการก็ตาม แต่อย่างน้อยก็จัดว่าเหนือ GE อยู่หลายขุม
-ด้านระบบเสียง
Cabal มีเพลงประกอบที่เร้าใจและเข้ากับกลิ่นอายของเกมได้เป็นอย่างดีทั้งจังหวะและท่วงทำนองที่เร้าอารมณ์อย่างไม่รู้ตัว ซึ่งผิดกับ GE ที่เน้นว่าดีกว่า แต่ว่าเพลงในสถานที่เดียวกันกลับมีไม่ต่ำกว่า 3เพลงวนไปวนมา โดยที่บางเพลงนั้นไม่ได้เข้ากันเลย ส่วนลินเนจนั้นมีระบบเสียงที่เน้นความสมจริงอยู่แล้วมากๆ อีกทั้งดนตรีประกอบที่จะกระชากอารมณ์ต่อเมื่ออยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งหรือสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ซึ่งจุดนี้จัดได้ว่าอยุ่ในระดับเดียวกัน เพียงแต่ลินเนจมีการแยกเสียงที่มากกว่า ทำให้ระบบออกมาสมบูรณ์แบบกว่า
-แอคชั่นและรายละเอียดของตัวละคร
ในส่วนนี้ลินเนจนำหน้าไปไกลมาก เนื่องจากการพัฒนารายละเอียดต่างๆ บนตัวละครทำได้อย่างละเอียดปราณีต เราสามารถมองเห็นตัวละครกระพริบตา หรือแม้แต่เส้นผมที่ปลิวไสวเวลาที่ถูกลมพัด แต่แอคชั่นในการต่อสู้ยังถือว่าน้อยหากเทียบกับCabalที่เน้นในจุดนี้มากกว่ารายละเอียด ส่วนGEนั้น แอคชั่นของตัวละครที่สามารถนำมาInteractiveกันได้ กลับไม่ได้ช่วยอะไรให้ตัวเกมดูดีขึ้นเลย
-ความคุ้มค่าของค่าของเงินที่ต้องจ่าย
ในส่วนนี้ลินเนจถูกมองว่าเป็นเกมที่มีค่าAirtimeสูงที่สุด แต่Cabal และ GE เปิดให้เล่นฟรี โดยมุมมองแบบเผินๆ นั้น อาจดูว่า Cabal และ GE คุ้มค่ากว่า แต่ถ้าลองไปพิจารณากันดูให้ดีๆ ลินเนจจ่ายค่าAirtimeแค่ 400บาทโดยประมาณ แต่เล่นได้ 1เดือน กับ Cabal ที่ไอเทมสำคัญๆ ต้องมาจากระบบเช่าในไอเทมมอลโดยที่มีระยะเวลาใช้งานได้เพียง30วันเท่านั้น และที่สำคัญ จะต้องเช่าสินค้าที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับเลเวล รวมถึงไอเทมในการใช้ระบบตีบวกสร้างไอเทม ไม่เว้นแม้แต่โพชั่นต่างๆ และไอเทมในการวาร์ป และที่สำคัญที่สุดการเก็บเลเวลแบบปาร์ตี้ระดับเลเวลสุงๆ ที่ต้องซื้อบัตรผ่านดันเจี้ยน ซึ่งรวมๆ แล้ว ทำให้ Cabal กินเงินค่าใช้จ่ายต่อเดือนในส่วนไอเทมมอลไปกว่า800-1000บาท เช่นเดียวกับ GE ที่ใครก็ตามที่อยากได้ตัวละคร ไอยราวัณ นักมวยไทยมาใช้งาน ต้องจ่ายเงินซื้อไอเทมขั้นต่ำถึง300บาท ในส่วนนี้จึงจัดได้ว่าลินเนจมีความคุ้มค่าสูงกว่า เมื่อเปรียบเทียบการจ่ายเงินรายเดือน
-มุมมองโดยรวม
Cabal มีรูปแบบการเล่นที่เน้นความง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน และใช้ระบบการทำคอมโบซึ่งเป็นระบบยอดฮิตของเกมแอคชั่นบนคอนโซลและเกมออฟไลน์เข้ามาประยุกต์ใช้ ทำให้ตัวเกมดูมีความน่าสนใจและตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง ผิดกับ GE ที่อ้างระบบ MCC หรือระบบบังคับตัวละครพร้อมกันหลายตัว ว่าตนเองเป็นผู้ริเริ่มทั้งที่ระบบนี้มีมาก่อนในเกม Seiken Densetsu ของคอนโซลโดยสแควร์ซอฟท์ และด้วยระบบนี้เองที่ทาง GE อ้างว่าเป็นจุดแข็ง จึงกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำลายตัวเกมลงไปเอง ในส่วนของระบบเควสท์นั้น มีการผูกเนื้อเรื่องเชื่อมโยงกับเควสท์ที่ง่ายไม่ซับซ้อนและต่อเนื่องจนน่าสนุกน่าติดตาม เช่นเดียวกับลินเนจที่มีจุดแข็งในการรักษามาตรฐานของเนื้อหาและตำนานไม่ให้ออกทะเล ในทุกสถานที่ล้วนมีตำนาน ซึ่งจุดนี้ Cabal และ ลินเนจ จึงจัดอยู่ในระดับเทียบชั้นกันได้อย่างสูสี โดยเฉพาะระบบเควสท์ของ Cabal จะมีจุดแข็งกว่าลินเนจ ทั้งนี้เนื่องจาก Cabal อิงรูปแบบระบบเควสท์มาจาก Guild Wars ซึ่งเป็นเกมที่เน้นเนื้อหา และระบบเควสท์ รวมถึงความง่ายในการเล่นเช่นเดียวกัน
ดังนั้นจึงสรุปรวมได้ว่า Cabal คือเกมออนไลน์อันดับหนึ่งที่สามารถเทียบชั้นกับรุ่นพี่อย่างลินเนจซึ่งครองความสุดยอดมานานได้อย่างสบาย แต่ทั้งนี้ในอนาคตต้องมาดูกันต่อไปว่า Cabal จะรักษามาตรฐานของตนได้นานแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดอ่อนในส่วนของระบบไอเทมมอลที่เปรียบเสมือนเครื่องมือชี้วัดอนาคตของเกม ดังนั้นในอีก6เดือนข้างหน้า คำตอบที่จะปรากฏจึงต้องคอยเฝ้ารอกันต่อไป
14 août เซิร์ฟเวอร์เถื่อน สิ่งที่หายไป สังคมสุดท้ายที่เหลืออยู่ในยุคเกมออนไลน์เสื่อมโทรมย้อนหลังไป 5ปีก่อน เกมออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างเหลือล้น จากการกรุยทางของเกมเล็กๆ ที่เล่นกันในวงLANอย่าง Counter Strike จนขยายเป็นการเล่นผ่านเน็ตเวิร์คข้ามประเทศ และในที่สุด Ragnarok Online ก็เป็น MMORPG รายแรกที่เข้ามาสู่ตลาดเกมออนไลน์ไทยและครองใจผู้บริโภคได้เป็นจำนวนมาก แต่กระนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าสังคมไทยและบรรดาเพลย์เยอร์ไทยส่วนใหญ่ ยังไม่พร้อมสำหรับเกมออนไลน์ ธุรกิจเถื่อนเย้ยกฏหมายท้าทายกฏเกณฑ์ของสังคมจึงเกิดขึ้น ทั้งการฟอกเงินด้วยการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างสกุลที่ถึงแม้เงินอีกสกุลจะเป็นเพียงข้อมูลดิจิตอลก็ตาม แต่มันก็ไม่ใช่เงินบาท จึงเข้าข่ายกฏหมายฟอกเงิน รวมถึงการโจรกรรมทางข้อมูล การรับจ้างเปิดโปรแกรมช่วยเล่น โดยมีจุดเริ่มต้นจากร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ที่มีผู้ประกอบการไร้สำนึกอยู่เพียงไม่กี่ราย ทว่า เกมออนไลน์ ยังถูกนำเข้ามาเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดในปัจจุบัน ธุรกิจเกมออนไลน์นั้น เปรียบเสมือนขุมทองแห่งใหม่ หากผู้ประกอบการจะรู้จักวิธีการใช้กลยุทธ์ และกลวิธีที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทในเครือยักษ์ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จนั้น มองเห็นได้แค่ 3ราย คือ เอเซียซอฟท์, INI3 Digital และ NC True จนทำให้ครั้งหนึ่งผมเกิดมุมมองต่อธุรกิจในวงการนี้ว่า เข้าสู่ยุค3ก๊ก แต่ถึงกระนั้น แม้ว่าเกมใหม่จะถูกนำเข้ามามากมายเพียงใด แต่สุดท้ายก็ต้องหายไปเงียบๆ กับสายลม หลายต่อหลายเกมต้องปิดตัวลงเพราะระบบเกมที่สูญเสียสมดุลโดยสิ้นเชิง บ้างก็อยู่ในช่วงจังหวะที่กำลังสั่นคลอน บ้างก็ยังหาจุดยืนของตนได้ไม่ชัดเจนพอ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการมักจะมองข้ามไปเสมอนั่นคือ เกมเมอร์ที่แท้จริง ที่จะเป็นลูกค้าชั้นเยี่ยมของบริษัท และมี Brand Loyalty ที่สูงสุด ต้องการอะไรจากเกมออนไลน์ โดยมากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักมองเพียงแค่ยอดขายและผลกำไร จึงเกิดเป็นการแข่งขันสร้างนโยบายขายฝันขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น โลกจริงของคนจริง (กว่าจะสำนึกได้ถึงนโยบายและจุดยืนมันก็เกือบจะสาย) ก๊วนหญิง (เน้นแต่กลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้หญิงจนดูเหมือนนโยบายล่อตะเข้มากกว่านโยบายที่เข้าถึงแก่นแท้จิตใจเสียอีกทั้งที่จริงแนวคิดนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ) อลังการ สวยจริง ยิ่งกว่า (แต่ว่ามาแบบยิ่งใหญ่ได้แค่3วันก็ถึงจุดดับ) หรือแม้แต่การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ เซิร์ฟเวอร์ใหม่ ไร้บอท (ขอโทษครับ ไอ้ที่ผมเห็นนั่นคืออะไร ทั้งที่นโยบายนี้คือจุดที่แก้ไขปัญหาได้ตรงที่สุด แต่ผลกำไรมันก็บังตาจนละเลยไป) ณ จุดนี้ ในฐานะของเกมเมอร์ที่เติบโตมาพร้อมกับเกมในยุคที่อุตสาหกรรมเกมเฟื่องฟู นับแต่Nintendo ประสบความสำเร็จในเครื่อง Famicom มาจนถึงยุคทองของเกม PC และล่วงเลยมาจนเข้ายุคเสื่อมของเกมออนไลน์ จากประสบการณ์กว่าหลายสิบปีที่คลุกคลีมา อยากพูดเสมอว่า สิ่งที่ผู้เล่นที่เป็นเกมเมอร์แท้ๆ ในเกมออนไลน์ต้องการนั้น ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่อลังการ ไม่ใช่ความสามารถที่เปรียบเสมือนพระเจ้าของตัวละครของตน แต่เป็นสังคม สังคมของพวกเขา ที่พวกเขาจะสามารถไปด้วยกันกับเพื่อนๆ ที่แม้จะไม่เห็นหน้ากัน แต่ก็มารวมกันเพราะจุดหมายคล้ายคลึงกัน นั่นคือการร่วมออกเดินทางผจญภัยไปพร้อมกัน เติบโตด้วยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนกว่าจะถึงจุดจุดหนึ่ง ที่แต่ละคนต่างก็บรรลุถึงเป้าหมาย แล้วจึงลงมาช่วยเหลือเพื่อนใหม่ที่ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ เป็นวงเวียนหรือวังวนแห่งมิตรภาพ แต่ภาพเหล่านี้ กลับมีให้ผมเห็นแค่ ชั่วเวลาหนึ่ง ภาพที่เป็นเหมือนภาพลวงตา เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกที มันก็หายไป เหลือแต่เหล่า Transformer และ Terminator หรือ Marionette เท่านั้น ที่อยู่รอบตัว เมื่อมองเข้าไปในสังคมด้านมืด ของเกมออนไลน์ที่เรารู้จักดีว่าที่ไหน ผมกลับพบบางสิ่งที่เป็นเหมือนแสงสว่าง ที่ผมเชื่อว่าจะเตือนสติหรือปลุกบรรดาผู้ประกอบการให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ได้ สิ่งที่ว่า คือ เซิร์ฟเวอร์เถื่อน ที่เปรียบเสมือนศัตรูตัวฉกาจของผู้ประกอบการ แต่ในทางกลับกัน พวกเขาคือครูและบทเรียนชั้นเลิศ ที่ผู้ประกอบการควรเรียนรู้ไว้ ท่ามกลางกลุ่มเซิร์ฟเวอร์เถื่อนที่เปิดกันอย่างไร้ระเบียบมากมาย ผมกลับพบว่า สิ่งที่ผมค้นหามานาน อยู่ท่ามกลางนี้ มันคือสังคม ที่เหล่าเกมเมอร์อย่างแท้จริงมารวมตัวกัน สร้างสรรค์ขึ้นมา แม้ว่าในเชิงกฏหมายมันจะผิดก็ตาม แต่หากเรามองไปที่กฏระเบียบ ข้อปฏิบัติ หรือแม้แต่กติกาของเขา เราจะพบว่า มันได้ผลดียิ่งกว่านโยบายขายฝันของผู้ให้ประกอบการจริงๆ เสียอีก ไม่ว่าจะเป็นระบบการปราบปรามที่เฉียบขาดและเด็ดขาด ระบบป้องกันบอทที่สมบูรณ์แบบและใช้งานได้จริง การดูแลเอาใจใส่ความเรียบร้อยของเซิร์ฟเวอร์ ทั้งๆ ที่ มีGMเพียงคนเดียว ต่างกับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีเจ้าหน้าที่เป็นสิบแต่กลับควบคุมอะไรไม่ได้ การจัดระเบียบโซนค้าขายให้ดูมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย การตรวจสอบทรัพย์สินโดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าขายเงินหรือไอเทมเป็นเงินจริง เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของเหล่าเกมเมอร์ที่เล่นเกม MMORPG มาตลอดเวลาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเล่นจนตันหรือไม่ แต่อย่างน้อยๆ พวกเขาก็สามารถสนุกกับมันต่อได้ โดยไม่มีคำว่าตัน หรือบางแห่งใช้ระบบ Free PK เข้ามาช่วยในการกำจัดบอท หรือ พวกใช้โปรแกรมโกง เหมือนอย่างหลักธรรมชาติที่ว่า หากมีสิ่งใดแปลกปลอมเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก กลไกธรรมชาติจะเป็นผู้กำจัดสิ่งนั้นๆ เอง แน่นอนว่ามีการควบคุมแม้แต่การใช้คำหยาบหรือการด่าทอเสียดสีตั้งชื่อที่สื่อความหมายในแง่ลบ ดังนั้น ผมจึงไม่แปลกใจ ว่าสิ่งที่หายไป สังคมที่พวกผมต้องการ ทำไมจึงมาปรากฏในเซิร์ฟเวอร์เถื่อน แล้วแบบนี้มันถึงเวลาหรือยัง ที่ผู้ประกอบการจะพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วน แล้วใช้ความสามารถในการดึงตัวบุคคลเหล่านี้ ที่มีศักยภาพในการดำเนินงานสูงกว่าที่ทางบริษัทจ้างมา เพื่อเข้ามาร่วมในทีมงานคอยบริหารและดูแลให้สังคมในเกมออนไลน์อย่างถูกต้อง ดำรงอยู่ต่อไป ก่อนที่มันจะเลือนหายไปกับกาลเวลา 3 août TRUE Internet บริการน่าประทับใจผมมีปัญหาสัญญาณADSLขัดข้อง เชื่อมต่อไม่ได้ตั้งแต่เย็นวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เมื่อโทรแจ้ง call center ไปแล้ว ได้รับแต่คำตอบว่าให้รอภายใน24ชั่วโมง ซึ่งผมโทรไปตามเรื่องตลอดจนถึงวันที่ 25 กรฎาคม ก็ได้รับคำตอบนี้มาตลอดว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ภายใน24ชั่วโมง แต่สัญญาณก็ยังใช้ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็แสนดีเหลือเกิน ส่งSMS แจ้งมาว่า ได้แก้ไขปัญหาให้เรียบร้อยแล้วเกิดจากความผิดพลาดทางระบบ
แต่ขอโทษนะครับ ส่งSMSมาแบบนี้ แต่ผมยังใช้งานไม่ได้ จนผมต้องโทรไปตามเรื่องซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ได้แต่คำตอบว่า แจ้งเหตุโทรศัพท์เสียไม่ได้แจ้งเรื่องสัญญาณADSLผมไม่ทราบว่า "แจ้งเหตุสัญญาณADSLขัดข้อง ใช้Internetม่ได้" ที่ผมพูดไป มันแปลว่าผมแจ้งแค่สัญญาณโทรศัพท์เหรอครับ ผมย้ำไปไม่ต่ำกว่า5ถึง10ครั้งว่าไฟADSLกระพริบ แต่พนักงานไม่รับเรื่องเลย โยนเรื่องไปให้เป็นเรื่องของสัญญาณโทรศัพท์ลูกเดียว พอตามเรื่องอีกก็บอกว่าแก้ให้แล้ว และส่งSMSข้อความเดิมเป๊ะ มาให้
ผมรอนานมาก พนักงานที่โทรมาประสานงานก็ไม่ใช่ช่าง แต่โทรมาแค่ถามว่ามีช่างติดต่อมาหรือยัง ซึ่งไม่มีเลย ไม่มีครับ ไม่มีช่างคนไหนติดต่อมาเลย ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มแจ้งจนถึงเย็นวันที่ 25 กรฎาคม มีช่างชื่อ ศกานต์ โทรติดต่อผม บอกว่าเกิดเหตุขัดข้องเนื่องจากสายเคเบิ้ลขาด และจะแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่2สิงหาคม ผมจะไม่โกรธเลย ถ้าในวันแรกๆ ที่แจ้งไป มีเจ้าหน้าที่บอกสาเหตุให้ผมรู้แบบนี้ ไม่ใช่เอาแต่พูดว่า24ชั่วโมงๆ
แต่นี่วันที่ 3 สิงหาคมแล้วครับ ผมโทรติดต่อคุณศกานต์ไป โทรศัพท์ก็ปิดเครื่อง ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายนัดกับผมไว้ว่า เช้าวันที่ 3 สิงหาคม ให้ผมโทรติดต่อถ้ายังใช้งานไม่ได้ แล้วแบบนี้จะให้ผมเข้าใจว่าอย่างไร
ผมขอแจ้งไว้ ณ ที่นี้ ว่าผมให้เวลาภายใน24นาที ให้คุณศกานต์ ติดต่อผมกลับตามที่นัดไว้ เพราะไม่อย่างนั้น ภายใน24ชั่วโมง เบอร์โทรศัพท์ของทรูที่ผมใช้อยู่นี้จะถูกแจ้งปิดอย่างถาวร เพื่อนำเงินไปจ่ายให้กับผู้ให้บริการรายอื่นต่อไป
ทั้งนี้ใบเสร็จที่ทางทรูส่งมาเก็บค่าบริการรายเดือนแบบเต็มๆ ทั้งที่ผมใช้งานไม่ได้เพราะเป็นความผิดของทางบริษัทนั้น ผมจะจ่ายให้แค่ถึงก่อนวันที่19 กรกฎาคมเท่านั้น ผมจะไม่จ่ายเงินให้เต็มจำนวนโดยเด็ดขาด ทั้งนี้หากมีการบังคับให้ผมจ่ายเต็มจำนวน ผมจะถือว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคที่น่าทุเรศที่สุด และเรื่องจะไม่จบง่ายๆ
แต่ทั้งนี้ เรื่องทุกอย่างจะคลี่คลายหากคุณศกานต์จะติดต่อกลับมาซักนิดแล้วแจ้งผมว่าจะแก้ไขเหตุขัดข้องให้ใช้งานได้เมื่อไหร่ และผมได้รับคำตอบที่น่าพอใจเกี่ยวกับค่าใช้บริการว่าจะมีการหักเอาส่วนที่ผมไม่สามารถใช้งานได้ออกไป เพราะหลายครั้งแล้วที่ผมใช้งานไม่ได้เป็นอาทิตย์แต่ต้องมาทนจ่ายเต็มราคาให้พวกคุณ
สุดท้ายนี้กรุณาอย่าใช้คำว่าโมเด็มหรือเครื่องโทรศัพท์ผมเสีย อย่างที่เจ้าหน้าที่เบื้องต้นพยายามจะใช้ทุกครั้งที่มีการโทรแจ้งเหตุขัดข้อง เพราะผมทดสอบกับเครื่องของหลานชายที่อยู่คนละเขตกันแล้ว สามารถใช้งานได้ตามปรกติ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ข้อความในสเปซนี้หากใครเข้ามาอ่านแล้วช่วยนำไปเผยแพร่ต่อยังเว็บบอร์ดสาธารณะอื่นๆ หรือฟอร์เวิร์ดเมล์ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง และจะไม่มีการลบออกโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมในฐานะผู้บริโภคของผม และมันจะกระจายไปในทุกๆ เว็บบอร์ดสาธารณะ จนกว่าผมจะได้รับคำตอบที่น่าพอใจ 26 mai รักแรกอาจมีได้หลายครั้ง แต่รักแท้มีได้แค่ครั้งเดียวเวลาที่ไปไหน แล้วเจอใครที่คิดว่าถูกใจ คนเรามักมองว่า นี่แหละคือรักแรกพบ และพยายามทุกวิถีทาง ที่จะให้ได้ครอบครอง ที่จะเอาชนะ โดยที่ไม่ได้ตระหนักเลยแม้แต่น้อยว่า มันอาจเป็นเพียงความรู้สึกหลง เพียงชั่ววูบหนึ่งเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ต่างก็สามารถสานต่อความรู้สึกนี้ได้จนกลายเป็นความรักที่สมบูรณ์แบบ แต่ทำไมถึงบอกว่ารักแรกมีได้หลายหน แต่รักแท้มีได้แค่ครั้งเดียวนั้น ก็เพราะว่า ในบางคู่เมื่อได้พบหรือเจอคนที่ดีกว่า จะต้องมีความรู้สึกเสียดายขึ้นมาเสมอ จึงเป็นที่มาของคำว่า พบไม้งามเมื่อยามขวานบิ่น คนบางคนถึงขนาดละทิ้งคนใกล้ตัวที่มีค่าที่สุด ออกไปแสวงหาสิ่งที่เชื่อว่านี่แหละคือรักแท้จริงๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจึงสำนึกว่า มันไม่ใช่รักแท้ มันเป็นเพียงแค่ความหลงชั่ววูบ หรืออาจเป็นแค่รักแรกพบ ที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อนเท่านั้น เพราะรักแรกและรักแท้ ในหลายๆ กรณี อาจเกิดขึ้นได้พร้อมๆ กัน และในหลายกรณีก็มักเกิดอาการรักแรกพบซ้อนทับขึ้นมาไม่หยุดหย่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางจิตใจและอุปนิสัยของคนๆ นั้นด้วยเช่นกัน บางคู่ต้องมาสูญเสียรักแท้ที่มีค่าของตนไป เพียงเพราะความรู้สึกหลงผิดที่เกิดขึ้นมาในใจว่า ต้องคนนี้สิ คือรักแท้จริงๆ แต่คนที่มีอยู่นี่ไม่ใช่ ทั้งที่รักแรกพบที่เกิดขึ้นใหม่ มันอาจเป็นเพียงแค่ภาพลวงเท่านั้น ยิ่งโดยเฉพาะในยุคสังคมปัจจุบัน ที่เรามักมองคนที่ถูกใจว่า เมื่อรู้จักแล้วต้องเป็นคู่รักกันทันที ซึ่งมันเป็นการเริ่มต้นที่ผิดมหันต์ การปลูกต้นรักนั้นไม่ยาก แต่การดูแลรักษามันยากยิ่งกว่า คนๆ เดียวอาจปลูกต้นรักได้หลายๆ ต้นในเวลาเดียวกัน แต่ถึงเวลาจริงๆ เขาจะดูแลให้งอกงามถึงขีดสุดได้แค่ต้นเดียวเท่านั้น หรือไม่อย่างนั้นก็จะต้องสูญเสียมันไปจนหมด เช่นเดียวกันกับความรัก คนเราสามารถบ่มเพาะมันขึ้นมาในใจทีละมากๆ ได้ตลอดเวลา แต่เราสามารถประคับประคองดูแลรักษามันได้แค่หนึ่งเดียวเท่านั้น และคนที่รู้ดีว่าควรจะเลือกรักษาอันไหนนั้น ก็ไม่ใช่ใครแต่เป็นตัวของเราเอง มีแต่ใจของเราเท่านั้นที่รู้ว่า แท้จริงแล้ว เรารักใคร รักแรก จึงเกิดขึ้นได้หลายครั้งหลายหนไม่ยั่งยืนไม่คงทนและไม่มีจำกัด แต่รักแท้นั้นเกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียวและคงทนเป็นนิรันดร์ หากเรารู้จักที่จะรักษามันไว้ ให้อยู่ในใจเราไปตราบนานเท่านาน 27 avril นิยาย นักเขียน มันเป็นสิ่งเลวร้ายมากนักหรือในสายตาของผู้ใหญ่ปรกติเราทุกคนมักจะได้ยินคำพูดแกมบ่นเอือมระอาของผู้ใหญ่เสมอ ในเวลาที่เห็นเด็กกำลังอ่านหนังสือ ดูการ์ตูน เล่นเกม หรือแม้แต่ทำกิจกรรมอะไรซักอย่างที่เป็นจินตนาการของพวกเค้า เช่นเดียวกัน เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ทุกๆ คน ก็ไม่พ้นที่จะถูกมองในลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเอาเวลาว่างไปใช้ทำอะไรก็ตาม มักจะจบลงที่คำว่า ทำไมไม่เอาเวลาว่างไปอ่านหนังสือ ไปทำอะไรที่มันมีประโยชน์ ขอโทษนะครับ ที่พวกเค้าทำกัน ไม่ได้เรียกว่าอ่านหนังสือเหรอครับ ไหนว่าสนับสนุนให้รักการอ่านไง เด็กจะอ่านการ์ตูน อ่านนิยาย หรือฝึกหัดด้วยการเอาจินตนาการของตัวเองมาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือ หรือเล่นเกมที่ช่วยเสริมสร้างความฝัน แรงบันดาลใจให้กับพวกเค้า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ประโยชน์เหรอ ในเมื่อบอกว่าสนับสนุนเด็ก แต่ทำไม เพราะอะไรจึงมองว่าการกระทำเหล่านี้เป็นสิ่งเลวร้าย
อาชีพนักเขียน ในสายตาทั่วไป ทำไมจึงถูกตราหน้าว่าเป็นอาชีพไส้แห้ง เวลาที่เด็กหรือใครซักคนจะเอาจินตนาการของตัวเองมาถ่ายทอด ซึ่งเป็นเหมือนการฝึกการใช้ภาษาไปในตัว จะต้องมีคำพูดนี้ออกมาจากปากผู้ใหญ่เสมอว่า "ไร้สาระ ว่างมากก็เอาเวลาไปอ่านหนังสือ ไม่ใช่มาหัดทำตัวเป็นนักเขียนใส้แห้ง ชั้นไม่ได้ส่งแกเรียนให้มาทำงานกระจอกแบบนี้" แล้วทีเวลาที่คุณๆ ท่านๆ ทั้งหลาย หยิบหนังสือของพวกเขาอ่านล่ะครับ เคยคิดบ้างหรือเปล่า ว่ามันเป็นผลงานของคนที่พวกคุณดูถูกว่ากระจอก เวลาที่คุณดูหนังฟอร์มมยักษ์ หรือ ดูละครงี่เง่า เคยคิดมั้ยว่าของพวกนี้มันเริ่มมาจากอะไร ไม่ใช่จากพวกที่คุณตราหน้าว่ากระจอกหรอกเหรอ ให้ตายสิ ความคิด และการกระทำของพวกคุณ มันต่ำยิ่งกว่าสิ่งที่พวกคุณตราหน้าเขาไว้อีก พวกใจต่ำ หยาบช้า ทั้งหลาย
การที่เด็กวัยรุ่นจะเอาเวลาว่างมาสร้างผลงานของตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์อะไร ควรเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและสนับสนุนอย่างยิ่ง อย่างน้อยๆ ผลงานของพวกเค้าก็ทำให้พวกคุณหลายคนเกิดแรงบันดาลใจกันไม่ใช่น้อย บรรดาวรรณกรรมเยาวชน ในสายตาผม ยังมีค่ามากกว่าพวกพ็อคเก็ตบุ๊คงี่เง่าของคนมีชื่อเสียงหลายๆ คนด้วยซ้ำ ที่ไม่ได้มีสาระอะไรเลย นอกจากเอาเงินเข้าเหวี่ยงเพราะอยากดัง แต่ถามจริง มันให้แง่คิดอะไรบ้าง
Sierra_JK และ St. Rebecca สองคนนี้ คือตัวอย่างที่ดีอีกสองคน ที่ผมได้เห็นผลงานผ่านตามาแล้ว และกล้าพูดอย่างเต็มปากว่า แม้จะเป็นมือสมัครเล่น แต่ฝีมือของทั้งสองคน เหนือกว่ามืออาชีพที่เขียนประจำอย่างผมมากๆ ทั้งสองคนยังเป็นแค่เด็กในวัยเรียน คนแรกเป็นแค่เด็กมัธยม อีกคนเป็นนักศึกษาในสถาบันมีชื่อเสียง แต่ทั้งสองคนก็มีจินตนาการที่ก้าวไกล มีวิสัยทัศน์ และ รู้จักคิดใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ได้ดีกว่าผู้ใหญ่หลายๆ คนอีกด้วยซ้ำ ถ้าหากคุณยังไม่เชื่อ ลองหาเวลาเข้าไปอ่านเรื่อง The Elven Spirit กับ สัมผัสแห่งดวงใจ ดูก็แล้วกัน แล้วคุณจะรู้และเข้าใจเอง หากจิตใจของคุณยังไม่ถูกปิดกั้นด้วยทิฐิ และ อัตตาโง่ๆ ทางความคิดของคุณ
www.dek-d.com สำหรับผม ไม่ใช่แค่เว็บลงนิยายธรรมดาๆ แต่มันคือชุมชนอันน่ายกย่อง เป็นแหล่งรวมผลงานและบุคลากรระดับมันสมองของประเทศในอนาคต แต่คงเป็นไปได้ยากที่บุคลากรในนี้จะได้รับการสนับสนุน เพราะในสายตาพวกคุณ บุคคลเหล่านี้เป็นแค่พวกไร้สาระ เป็นแค่ขยะ ที่คุณมองไม่เห็นค่าอะไรเลย ทำให้หลายต่อหลายครั้ง ผลงานของพวกเค้าที่น่าสนับสนุนต้องถูกขโมย ถูกเอารัดเอาเปรียบ พวกเค้าไม่สามารถจะดิ้นรนต่อสู้อะไรได้มากไปกว่า ประนามในการกระทำ และ วิงวอนขอร้องต่อเพื่อนๆ นักอ่านและนักเขียนด้วยกัน
ดังนั้นผมขอฝากไว้ให้กลับไปคิดกันดู ว่าระหว่างให้เยาวชนของคุณไปมั่วสุมกันในสถานที่อโคจร หรือว่า ปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความชั่ว รากเหง้าของความเห็นแก่ตัว คิดแต่จะเอาชนะ กับเอาเวลามานั่งเติมแต่งจินตนาการเพื่อวันข้างหน้า พวกเค้าจะก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับดัน เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ที่มีคุณภาพมากยิ่งกว่าบุคลากรที่แพ้ไม่เป็น อย่างที่พวกคุณหวังในตัวเค้า
อ้อ อย่าเถียงนะว่ละครไม่ดู หนังไม่ดู นิยายไม่อ่าน เพราะการกระทำมือถือสากปากถือศีลของพวกคุณ ผมรู้ดี จำใส่กะโหลกเหี่ยวๆ กับสมองฝ่อๆ ของพวกคุณไว้ด้วยก็แล้วกัน เหล่าผู้ใหญ่ทั้งหลาย
ใครจะรู้ ว่าอนาคต ประเทศไทย อาจมียอดนักประพันธุ์ที่โด่งดัง และมีความสามารถไม่แพ้ท่านสุนทรภู่ หรือท่านศรีปราชญ์ หรือแม้แต่ท่านเจ้าฟ้ากุ้ง ก็เป็นได้ หากท่านจะยอมเปิดใจและเปิดตากันซักนิด ให้ความสนับสนุนหรือกำลังใจแก่พวกเค้าบ้าง ไม่ใช่รอให้เค้าดังก่อนแล้วค่อยมาแอบอ้างรอฮุบหวังผลประโยชน์กันท่าเดียว 25 avril ทำไมถึงต้องเป็น The Heroic Chronicleขึ้นหัวแบบห้วนๆ นี่ คงจะกันไม่ใช่น้อย ว่ามันคืออะไร เจ้า Heroic Chronicle ที่พูดถึงนี้ ก็บอกกันแบบตรงๆ เลยว่า มันคือนิยาย แฟนฟิกชั่นของลินเนจ2 ที่ใช้โครงเรื่องและปัจจัยหลักอิงมาจากเกมลินเนจ2 ทั้งสิ้น และใช้เวลาแต่งจนถึงตอนนี้ก็ประมาณเกือบๆ 2ปีได้มั้ง เดิมตั้งใจไว้ว่าจะแต่งให้เป็นแบบไตรภาค แต่พอดูจากโครงเรื่องไปๆ มาๆ ลดเหลือแค่สองก็พอ
แต่ว่าทำไมถึงต้องเป็นเรื่องนี้และชื่อนี้น่ะเหรอ ก็เพราะว่าการที่ได้สวมบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ ในโลกอันกว้างใหญ่ของเกมอย่างลินเนจ2 นั้น มันอดไม่ได้ที่เราจะเผลอปล่อยตัวปล่อยใจให้กลมกลืนไปกับเน้อหาของเกมรวมถึงแก่นแท้ของเกมในแบบ MMORPG ที่ให้ผู้เล่นเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุดและเลือกสร้างตำนานของตนเองขึ้นมา แล้วแบบนี้จะปล่อยให้พลาดโอกาสทองได้ไงล่ะจริงมั้ย ก็เอาประสบการณ์ต่างๆ ของตัวเองกับสิ่งที่อยากทำแต่ยังทำไม่ได้และสิ่งที่อยากเป็นหรืออยากมีแต่ยังมีหรือเป็นไม่ได้มาดัดแปลงลงเขียนเป็นเรื่องซะเลย
ที่จริงก่อนจะเขียนเรื่องนี้ แฟนฟิกชั่นของลินเนจที่เขียนมาเองนั้น ก็มีหลายเรื่องมาก แต่จะเป็นแบบสั้นๆ ตอนเดียวจบเหมือนเรื่องสั้น เรื่องเล่าซะมากกว่า พอมาดูอีกทีก็เออ ทำไมเราไม่เขียนเรื่องยาวหว่า ก็เลยตัดสินใจเขียนเป็นเรื่องยาวซะเลย กะไว้คร่าวๆ ในโครงเรื่องคือ 30 - 50 ตอนจบ แต่พอดูไปดูมา มันอาจจะเกินแฮะ แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆ ก็ลงมือแต่งมาจนถึงภาคสองแล้วนี่ ที่สำคัญแต่งเรื่องที่เอาตัวHienrichเป็นพระเอกมาก็เยอะ แต่ไม่มีเรื่องไหน มีArmon ซึ่งเป็นอีกตัวละครที่ชอบและเป็นนามปากกาเลยซักอัน ก็เลยขอซักหน่อยเถอะ ขอในเรื่องนี้แหละ
การดำเนินเรื่อง บรรยากาศโดยส่วนใหญ่ จะตัดเอาบรรยากาศแบบแฮรี่ออกจนหมด นั่นคือบรรยากาศประเภทที่ต้องมีโรงเรียน ตัวละครเข้ามาเลือกวิชาเรียน และดำเนินเรื่องต้องมีโรงเรียนเป็นแก่น ซึ่งบอกตามตรงว่า เอียนมากๆ เอียนจริงๆ กับแนวแฮรี่ แต่ถ้าไม่พูดถึงโรงฝึก โรงเรียนเลย มันก็จะกระไรอยู่ ว่าตัวเอกทำไมมันเก่งจังฟะ มันเรียนวิชาศึกษาอะไรมาจากไหน ก็เลยต้องมีพูดถึงบ้างพอเป็นกระสัย
เรื่องราวในภาคแรกนั้น คือการผจญภัยของหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่เป็นทายาทของเหล่าผู้กล้าในอดีตที่รอดชีวิตมาจากสงครามและถูกเลี้ยงดูมาโดยเหล่าเพื่อนๆ ของพ่อแม่ที่ยังรอดชีวิตมา จนกระทั่งโตเป็นหนุ่มและเริ่มได้ยินเรื่องราวของพ่อแม่ตนเองมากขึ้น จึงตัดสินใจที่จะดำเนินรอยตามแบบของพวกพ่อและแม่ และได้เรียนรู้พบเจอสิ่งต่างๆ มากมายในชีวิต
ส่วนภาคสองจะเป็นเรื่องที่เป็นสงครามและการต่อสู้อย่างแท้จริง เพราะตัวละครต่างๆ ถือว่าเติบโตพัฒนามาจนถึงระดับที่มีความสามารถเพียงพอแล้ว สงครามที่ต้องพูดถึงในเรื่อง จึงต้องมีขนาดและรูปแบบที่ใหญ่กว่าในภาคแรกที่เหมือนการรบแบบกองโจรมากกว่าเป็นสงครามเต็มรูปแบบ
และจนถึงตอนนี้ แม้ The Heroic Chronicle จะดำเนินเรื่องมาได้ไกลจนเกือบจะถึงจุดลงตัวแล้ว แต่ความฝันและจินตนาการมันยังไม่ยอมหยุด และยังทำให้ต้องแต่งต่อไปอีก จนกว่าจะจบสมบูรณ์ และ แต่งเรื่องอื่นๆ ต่อไป แม้ว่าเรื่องนี้จะอวสานก็ตาม เพราะอย่างน้อยๆ มันก็คือความฝัน จินตนาการ แรงบันดาลใจ และความภาคภูมิใจ ที่ได้แต่งฟิกชั่นขึ้นมาซักเรื่องด้วยฝีมือตัวเอง ไม่แน่นะ บางที คุณอาจเป็นส่วนหนึ่งใน The Heroic Chronicle ก็ได้ 4 mars แล้ว 1 มีนา ก็ผ่านมาอีกครั้งในที่สุด วันที่ 1 มีนาคม 2550 ก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อย เป็น 1 มีนา รอบที่ 29 ของชีวิต กับคำพูดอวยพรซ้ำๆ แบบเดิม เมื่อไหร่จะมีครอบครัวมีหลานให้อุ้มซะที 29 แล้วนะ อืม นี่เราอาวุโสขึ้นอีกปีแล้วสินะ ปีหน้าก็เลข 3 แล้วหรือนี่ เฮ้อ เวลานี่มันเอาแน่ไม่ได้จริงๆ สมัยเด็กๆ เคยคิดแต่อยากเร่งเวลาให้โตเป็นผู้ใหญ่ แต่พอโตแล้ว เรากลับอยากให้เวลาไหลย้อนกลับไปถึงช่วงอดีตที่แสนอบอุ่น แต่ก็ช่างเถอะ เพราะถึงจะย้อนได้ คงไม่คิดจะทำอะไรที่มันเปลี่ยนแปลงทุกอย่างแน่ๆ ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะอดีตที่ผ่านมาทำให้เราเป็นตัวเราในวันนี้ได้น่ะสิ แล้วจะไปแก้มันทำไม เรื่องไหนที่ทำผิดก็คิดและจำไว้เป็นบทเรียน ถ้ากลับไปแก้มันได้ ชีวิตคงไม่มีคนเคยทำผิด และถ้าไม่เคยทำผิด พอผิดครั้งแรกเข้า คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าฟูมฟายว่าปัญหาใหญ่เท่าภูเขาแน่ๆ แต่แปลก เดี๋ยวนี้ปัญหาบางอย่างเรากลับมองมันได้อย่างใจเย็น ทั้งๆ ที่มันร้อน หรือเป็นเพราะเราปลอบใจตัวเองว่ามันเรื่องจิ๊บๆ หว่า
วันนั้น มีใครคนนึง เคยพูดไว้ว่า ปีนี้พวกเรา 29 ปีหน้าพวกเราก็จะ 30 กันแล้วเหรอเนี่ย จริงอยู่ที่การกลัวความแก่มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะความแก่มันก็เรื่องธรรมชาติเหมือนกัน แต่ว่า 30 มันก็แค่ตัวเลข เพราะไม่ว่ายังไง ถ้าแก่ เราก็แก่ไปด้วยกัน ถ้าเธอแก่ขึ้นเราก็แก่ขึ้นเหมือนกัน มันไม่ดีหรือไง ยิ่งอายุมากขึ้นมิตรภาพและความสัมพันธ์กับความผูกพันธ์มันก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้น เรายิ่งได้ใกล้ชิดตัวตนของกันและกันมากขึ้น เพราะการที่เราจะอ่านหนังสือซักเล่ม ใช้เวลาแค่ชั่วโมงกว่าๆ มันก็จบ แต่การที่เราจะศึกษาใครซักคน มันต้องใช้เวลาทั้งชีวิต คำพูดที่ว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน น่าจะหมายถึงเรื่องนี้มากกว่า
และยิ่งอายุมากขึ้น เรื่องอะไรต่อมิอะไรให้คิดมันก็ยิ่งมีมากขึ้น อนาคตของเราจะก้าวไปแบบไหน ผลงานของเราจะหาวิธีสร้างสรรค์ยังไงให้มันพัฒนาขึ้น ความมั่นคงของชีวิตในมุมมองของเรามันอยู่ที่จุดไหน แต่อย่างน้อยเราก็ดีใจที่เราไม่ได้ก้าวไปคนเดียว แต่ยังมีพ่อแม่ มีเธอ และ มีเพื่อนๆ น้องๆ ทุกๆ คน ที่ก้าวมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ และในอนาคตเราจะก้าวเดินด้วยกันต่อไป ถึงแม้เส้นทางมันจะแตกต่างกัน แต่เราทุกคน ก็ก้าวเดินไปข้างหน้าเหมือนๆ กัน แล้วเมื่อถึงตอนนั้น ที่ทางของแต่ละคนมาบรรจบกัน เราอาจได้มีเวลามานั่งจิบน้ำชาคุยกัน นึกทบทวนถึงอดีตอันหอมแหวนและประสบการณ์เรื่องราวต่างๆ ที่เราทุกคนต่างก็ร่วมสัมผัสมาด้วยกันก็ได้
ขอบคุณมากทุกๆ คน 28 février วันแห่งความสุข16 กพ. 50 เป็นวันที่เราจะต้องจดบันทึกเอาไว้อีกวัน เพราะมันคือวันที่เราได้มีเวลากับเธอ ทีแรกเราคิดว่าคงชวดแน่ๆ ตอนที่โทรไปบอกเธอครั้งแรกเรื่องได้ตั๋วฟรีดูพระนเรศวร แต่เหมือนสวรรค์จะเห็นใจ และดลใจให้เธอตอบตกลง วันนั้นเธอมาในชุดยีนส์ เสื้อยืดเหลือง กับใบหน้าและรอยยิ้มที่สดใส ที่มันอยู่คู่กับเธอมาตลอดที่เรารู้จักกัน ไม่ว่าจะกี่ปี เธอก็ยังเป็นน้ำคนเดิมที่สนุกสนาน ร่าเริง และมีชีวิตชีวา
ช่วงระหว่างที่เราสองคนรอกิจกรรมเริ่มต้น เราสองคนไปนั่งกินแมคด้วยกัน แล้วเราก็เผลอจ้องตาเธอจนเธอเขิน ก็ทำไงได้ล่ะ ตาเธอมันเหมือนมีมนต์สะกดนี่ มองกี่ครั้งก็ไม่เบื่อมันเหมือนโดนดูดเข้าไปจริงๆ ช่วงที่เราสองคนเดินด้วยกันจนทั่วห้างเอสพลาเนด เรารู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุด ที่ได้เดินเล่นกับเธออีก มันสนุกมากเลยนะ ที่เราได้ไปเดินดูลานโบว์ลิ่ง ลานสเก๊ตด้วยกัน แล้วก็นั่งลงคุยกันในบรรยากาศดีๆ ที่ลานสเก๊ต
ตอนก่อนกิจกรรมจะเริ่มเธอขอนอนพักซักงีบ เป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่ามันวิเศษมากๆ เวลาที่เฝ้ามองหน้าของเธอตอนหลับ เพราะเวลาเธอหลับหน้าเธอจะดูสงบ นิ่ง และ ดูมีความสุขมาก กับรอยยิ้มที่หน้า เราไม่เคยเบื่อเลยที่จะมองหน้าเธอนานๆ และไฝ่ฝันอยู่เสมอว่าซักวันเราคงได้มีโอกาสเฝ้าเธอเวลาที่กำลังหลับได้นานแบบนี้ และถ้าหากทำได้เราก็อยากก้มลงไปจูบหน้าผากเธอจริงๆ นะ เพราะมันเป็นภาพที่สวยงามที่สุด ที่เราเคยเห็นมา
ตอนเริ่มกิจกรรม เรานั่งกาบิงโกด้วยกันอย่างเอาเป็นเอาตาย และสุดท้ายเราก็สำเร็จ ได้เสื้อยืดลินเนจมาให้เธอเป็นของขวัญวาเลนไทน์ ที่เราไม่ได้ให้เธอมานานมากแล้ว แลกกับรอยยิ้มของเธอมันก็พอ
ตอนเริ่มเข้าโรงหนัง เราโชคดีมาก ที่ได้เห็นอีกภาพนึงของเธอ ภาพของเธอที่เปลี่ยนจากคอนแทคเลนส์มาใส่แว่น และปล่อยผมสยายยาว เธอบอกว่าห้ามดูเพราะตอนนั้นเธอไม่สวย แต่รู้มั้ย ว่าเธอที่เป็นธรรมชาติแบบนี้น่ะ สวยกว่าตอนอื่นๆ อีก ทำให้เราต้องคอยหันไปแอบมองเธอบ่อยๆ เวลาที่หนังฉายจนหนังจบ แต่ว่ากลิ่นน้ำหอมกับกลิ่นแชมพูของเธอมันยังติดจมูกเราอยู่เลยนะ ถ้าไม่กลัวโดนตบหรือว่ากลัวเธอจะเกลียดขี้หน้า วันนั้นเราคงหอมแก้มเธอไปแล้วแน่ๆ เพราะมันเป็นครั้งที่สองในชีวิตจริงๆ ที่เรานั่งดูหนังโดยไม่คิดจะกอดขวดโค้กเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา
เราต้องขอบคุณเธอมากๆ ที่อุตส่าห์มาดูหนังด้วยกันกับเรา แล้วว่างๆ เราไปดูปลาที่สยามโอเชียนเวิลด์ด้วยกันนะ หาคนไปให้ครบ 4คนก็ได้ ไม่เป็นไร ให้มีเธออยู่ด้วยก็พอแล้ว ทั้งที่ใจจริง เราอยากไปกับเธอแค่สองคนมากกว่า และต้องขอโทษด้วยที่เวลาในวันนั้นมันกระชั้นชิดจนไม่มีโอกาสได้ไปนั่งกินอะไรกันที่บรรยากาศมันดีๆ เลย นอกจากแมค เอาไว้ถ้ามีโอกาสเราค่อยไปนั่งกินอาหารจีนกันอย่างที่เคยคุยกันไว้ก็แล้วกัน แต่ไม่ว่าจะยังไง หรือวันไหน เราก็ไม่เคยรักเธอน้อยลงเลย เรารักเธอเสมอน้ำ และยังรักอยู่เหมือนเดิม เหมือนเมื่อ8ปีก่อน จนเข้าปีที่9แล้วในปีนี้ เราก็ยังรักและจริงใจกับเธอ และจะรักษามันไว้แบบนี้ตลอดไป 7 janvier นิทาน มันก็แค่เรื่องจอมปลอมTong Hua (Fairytale) by Micahel Kong Leong wang le you duo jiu
zai mei ting dao ni dui wo shuo ni zui ai de gu shi
wo xiang le hen jiu wo kai shi huang le shi bu shi wo you zuo cuo le shen me
ni ku zhe dui wo shuo tong hua li dou shi pian ren de wo bu ke neng shi ni de wang zi
ye xu ni bu hui dong cong ni shuo ai wo yi hou wo de tian kong xing xing dou liang le
wo yuan bian cheng tong hua li ni ai de na ge tian shi zhang kai shuang shou bian cheng chi bang shou hu ni ni yao xiang xin xiang xin wo men hui xiang tong hua gu shi li xin fu he kuai le shi jie ju ni ku zhe dui wo shuo
tong hua li dou shi pian ren de wo bu ke neng shi ni de wang zi
ye xu ni bu hui dong cong ni shuo ai wo yi hou wo de tian kong xing xing dou liang le
wo yuan bian cheng tong hua li
ni ai de na ge tian shi zhang kai shuang shou bian cheng chi bang shou hu ni ni yao xiang xin xiang xin wo men hui xiang tong hua gu shi li xin fu he kuai le shi jie ju wo yao bian cheng tong hua li ni ai de na ge tian shi zhang kai shuang shou bian cheng chi bang shou hu ni ni yao xiang xin xiang xin wo men hui xiang tong hua gu shi li xin fu he kuai le shi jie ju wo hui bian cheng tong hua li ni ai de na ge tian shi zhang kai shuang shou bian cheng chi bang shou hu ni ni yao xiang xin xiang xin wo men hui xiang tong hua gu shi li xin fu he kuai le shi jie ju yi qi xie wo men de jie ju
I've forgotten how long it has been,
Since I haven't listened to you... Tell of Your beloved Story I've thought for a long time And I'm still confused. Have I done something wrong? Full of tears, you said to me Inside Fairytales, there contains only lies And I can't possibly be your prince But Maybe you can never understand Ever since you said, "I love you." The Stars in my skies have lit up I'm Willing to be The angel you love inside a fairytale Spread open my hands To become the wings to protect you But you must believe... Believe that we can be like a fairytale And Loving Happiness will be our ending. Full of tears, you said to me Inside Fairytales, there contains only lies And I can't possibly be your prince But Maybe you can never understand Ever since you said, "I love you." The Stars in my skies have lit up I'm Willing to be The angel you love inside a fairytale Spread open my hands To become the wings to protect you But you must believe... Believe that we can be like a fairytale And Loving Happiness will be our ending. I want to be The angle you love inside the fairytale Spread open my hands Become the wings to protect you And you must believe... Believe that we can be the fairytale Loving Happiness will be our ending. I will be The angel you love inside the fairytale Spread open my hands Become the wings to protect you You must believe Believe that we can be our fairytale Loving Hapiness is the ending. Let's write our ending together. ฉันลืมไปแล้วว่ามันนานแค่ไหน
ตั้งแต่ที่ฉันได้ยินเธอเล่าให้ฟัง
ถึงนิทานเรื่องโปรดของเธอ
มันทำให้ฉันต้องทบทวนอะไรอยู่นานทีเดียว และฉันก็ยังสับสนไม่หาย ว่าฉัน ทำอะไรผิดหรือเปล่า เธอมาบอกกับฉันทั้งน้ำตา ว่านิทาน มันก็แค่เรื่องโกหกทั้งเพ และฉัน ไม่มีวันเป็นเจ้าชายในฝันของเธอได้
แต่บางที เธออาจยังไม่เข้าใจ
ตั้งแต่วันที่เธอบอกว่า “รักฉัน”
มันจุดประกายอันเจิดจ้าให้กับฉัน เหมือนแสงจากดวงดาวทีพร่างพราวระยิบระยับบนท้องฟ้ายามราตรี
ฉัน อยากจะเป็น เทพบุตรในฝันในนิทานของเธอ จะเปลี่ยนสองแขนของฉัน ให้เป็นปีกสวยงามที่โอบกอดปกป้องเธอ แต่ เธอจะต้องเชื่อ เชื่อมั่นว่าเราสองคน เป็นได้อย่างในนิทาน และความรักความสมหวัง จะเป็นตอนจบของพวกเรา เธอมาบอกกับฉันทั้งน้ำตา ว่านิทาน มันก็แค่เรื่องโกหกทั้งเพ และฉัน ไม่มีวันเป็นเจ้าชายในฝันของเธอได้
แต่บางที เธออาจยังไม่เข้าใจ
ตั้งแต่วันที่เธอบอกว่า “รักฉัน”
มันจุดประกายอันเจิดจ้าให้กับฉัน เหมือนแสงจากดวงดาวทีพร่างพราวระยิบระยับบนท้องฟ้ายามราตรี
ฉัน อยากจะเป็น เทพบุตรในฝันในนิทานของเธอ จะเปลี่ยนสองแขนของฉัน ให้เป็นปีกสวยงามที่โอบกอดปกป้องเธอ แต่ เธอจะต้องเชื่อ เชื่อมั่นว่าเราสองคน เป็นได้อย่างในนิทาน และความรักความสมหวัง จะเป็นตอนจบของพวกเรา ฉันต้องการจะเป็น เทพบุตรในฝันในนิทานของเธอ สองแขนของฉัน ฉันจะเปลี่ยนมัน ให้เป็นปีกอันงดงามที่คอยปกป้องเธอ และเธอจะต้องเชื่อมั่น เชื่อมั่นว่าเราสองคน เป็นได้อย่างในนิทาน ความรักความสมหวัง นั่นแหละคือตอนจบสำหรับเรา ฉันสาบานกับตัวเองว่าฉันจะต้องเป็น เป็นเทพบุตรในฝันของเธอให้ได้
ด้วยมือทั้งสองของฉัน
ฉันจะใช้มันปกป้องเธอดังปีกอันงดงามที่โอบกอดเธอไว้
เธอต้องเชื่อมั่น
เชื่อมั่น ว่าเราสองคนจะเป็นได้อย่างในนิทาน
ที่จบลงด้วยความรักและความสุขสมหวัง
เพราะว่าตอนจบของมัน พวกเราจะเขียนมันขึ้นมาเอง ด้วยมือของเราสองคน ไม่ได้แวะเข้ามาซะนานเลยเอาเพลงเพราะๆ ความหมายดีๆ มาฝากกัน คิดว่ามีหลายคนนะ ที่เคยฟังเคยดู MV แต่อาจจำไม่ได้หรือรู้สึกว่ามันคุ้นๆ ผ่านๆ หู แต่จำไม่ได้
เอาเถอะ ที่ว่านิทานมันก็แค่เรื่องจอมปลอม แค่เรื่องโกหกทั้งเพ หรือแค่เรื่องขายฝัน มันก็จริงนะ เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงนี่มันโหดร้าย มันไม่ได้สวยสดงดงามไปเสียทั้งหมด แต่อย่างน้อยๆ ความฝัน มันก็เป็นแรงบันดาลใจ และแรงผลักดันให้คนเราก้าวเดินต่อไป หรือใครว่าไม่จริง ผมไม่เคยเชื่อเวลาที่ได้ยินใครบอกว่าตัวเองไม่เคยคิดไม่เคยฝัน หรือไม่มีความฝัน เพราะถ้าหากไม่มีมันจริงๆ คุณคงไม่ได้ออกมาพูดแบบนี้อย่างแน่นอน คุณอาจคิดว่าไม่ แต่คุณไม่รู้ตัวหรอกว่ามันซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจคุณนั่นแหละ
ชีวิตของคนเราถ้ามองลึกๆ ลงไป มันก็คล้ายๆ กับนิทานเรื่องหนึ่ง มีการพบกัน เจอกัน ต่อสู้ ฟันฝ่า ช่วยเหลือ พึ่งพาอาศัยกันและกัน และ รักกัน เพียงแต่ตอนจบของมัน ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขชั่วกาลนานเสมอไป ประโยคนี้ผมชอบมากๆ จากในนิยายเรื่อง เมล็ดข้าวที่ขอบจาน "มันไม่จำเป็นหรอกลูก ที่ตอนจบของนิทานทุกเรื่องพระเอกกับนางเอกจะต้องแต่งงานอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป"ถ้าใครเคยได้อ่านจะรู้ดีว่าความหมายของมันคืออะไร แต่ขอไม่เอามาพูดนะ อยากให้ไปอ่านกันมากกว่า
แต่ที่ว่านิทานมันเป็นแค่เรื่องขายฝัน หรือว่าเรื่องจอมปลอมนั้น มันก็มีเหตุผลของมันเองในตัวอยู่แล้ว เพราะชีวิตของคนเรา ไม่มีวันเป็นได้อย่างในนิทาน นอกจากเราจะพยายามขวนขวายให้มันใกล้เคียงที่สุดเท่านั้น เพราะนิทานไม่มีวันเกิดขึ้นได้จริง แต่ว่าหนึ่งสมอง สองมือของเรานี่สิ ของจริง และเราสามารถทำเรื่องต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้จริง สุดแท้แต่ว่าเราจะเลือกไปทางไหน นิทานแม้มันจะไม่ใช่ความจริงแต่เราก็ใช้มันเป็นสิ่งนำทางหรือเครื่องเตือนใจของเราได้
ไม่ว่าจะต้องเป็นอย่างไร หรือต้องพบอุปสรรคอะไรต่อไปในอนาคต ขอให้จำไว้ว่าถึงเราจะไม่ใช่เจ้าชายขี่ม้าขาวหรือเจ้าหญิงแสนสวย หรือแม่มด ผู้วิเศษ แต่เรามีมันสมอง เรามีกำลังใจ เรามีพลัง และแรงบันดาลใจ ที่จะใช้เป็นอาวุธในการฟันฝ่ามันออกไปเพื่อพบกับหนทางข้างหน้าที่กำลังรอให้เราเดินไปอยู่
ขอแค่อย่าละทิ้งตัวเอง ละทิ้งความฝันหรือแรงบันดาลใจของเราก็พอ ถึงตอนนั้นไม่ว่านิทานจะเป็นแค่เรื่องจอมปลอมหรือไม่ มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะเราได้ทำในสิ่งที่เราควรจะทำ และก้าวเดินมาในเส้นทางที่เราควรจะเดินแล้ว 27 octobre Online Role Playing Part III: Lineage ][ถ้าจะถามว่าเกมไหน ที่ประทับใจที่สุด คำตอบมันก็แน่นอนอยู่แล้ว ลินเนจไง ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่าลินเนจ คือเกมที่มีอะไรหลายอย่างที่เป็นความสมบูรณ์แบบที่เกมอื่น ณ เวลานี้ไม่มีน่ะสิ
เริ่มต้นกันดีกว่า กับเรื่องเลิฟสตอรี่ในลินเนจ วันแรกที่ได้เริ่มเล่นมันก็ยังไม่เท่าไหร่นะ แต่พอวันที่สามและสี่ ที่เริ่มลงดันได้ พี่ก็ได้เจอมิน เอส และคนอื่นๆ ที่กลายมาเป็นมิตรภาพของพวกเราอย่างทุกวันนี้ เริ่มกันดีกว่า
มิน พี่เจอมินครั้งแรกตอนมินเล่นตัววิ ชื่อ Puffin ที่ตอนแรกพี่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่นั่งตะโกนแซวสาวหน้าดันไปตามประสาจิ๊กโก๋หน้าดัน คู่แข่งจิ๊กโก๋ปากซอย แล้วพี่ก็เริ่มจีบมิน ไปพร้อมๆ กับเอส หุๆๆ แต่ก็นะ มันก็ทำให้พวกเราได้อยู่แคลนอนาถจิต (AnArchist) ด้วยกันจนสนิทกันเลยนิ แต่แล้วมินก็เบื่อวิไปเล่นพระ Punmile แทน ก็ดีนะ ตัวพันไมล์ น่ารักดี พระเอลฟ์ซะด้วย แล้วตอนนั้น มินก็แนะนำให้พี่รู้จักกับนู๋ตาล หรือ น้องเซีย ที่ทำให้พี่เกิดอาการเซียซินโดรมอยู่พักใหญ่ๆ นึกแล้วก็ขำแฮะ จริงๆ นะ ถ้าตอนนั้นพี่ไม่ได้คุยกับเส็งว่ามันชอบมินจริงๆ หรือเปล่า พี่คงไม่หลีกทางให้มันแน่ๆ ก็วันที่พี่บอกมินว่าขอให้มินเป็นน้องสาวพี่นั่นแหละ ที่พี่สัญญากับเส็งมันว่าจะไม่ขัดคอ หรือทำตัวเป็นก้าง ฟิกเรื่องแรกของลินเนจ ตำนานดาบพันไมล์*ไฮน์ริช ก็เลยถือกำเนิดด้วยประการฉะนี้แล
Solitary ป่าน สาวน้อยคนแรกที่ทำเอาพี่หลงจนเต็มพิกัด ทำให้พี่ลดเลเวลลงมาให้เท่ากัน แต่ตอนนั้น พี่ไม่เคยรู้เลย ว่าป่านหับหนึ่งเป็นแฟนกัน เพราะพี่เห็นหนึ่งเป็นแฟนกับอัง กว่าจะมารู้ทีหลังว่ามันจีบทีละสอง ป่านก็ไม่อยู่แล้ว ช่วงเวลาสำหรับเรา พี่คงไม่ขอพูดอะไรมากมายนอกจากบอกว่า สนุกและมีความสุขที่สุด ขอบคุณมากๆ ป่าน
SerE นู๋ตาล น้องสาวที่น่ารักของพี่ๆ ทุกๆ คน ในแคลนแพนด้าอนาถจิต ขอบคุณมากๆ สำหรับกำลังใจที่ให้พี่ตลอดมา เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ขอให้มันผ่านไป แต่อยากบอกว่าพี่ไม่เคยโกรธหรือโทษตาลเลย ช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นช่วงที่สนุกและมีความสุขมากๆ เลยนะ ทั้ง Armon & SerE และ Heinrich & OnlYoUo โดยเพาะช่วงที่พวกเราสองคนแกล้งอำไอ้บีน เป็นน้องลี่กะพี่โจ๊กนี่ สะใจที่สุด ที่สำคัญไอ้บีนมันยังไม่หายแค้นเรื่องนี้เลย 555555555 ส่วนกี้ก็โกรธพี่ไปพักใหญ่เลยนะนั่นสงสัยอำแรงไปหน่อย เจ้าไอซ์กับ ญ มันก็แซวพี่ประจำว่าระวังคุกนะ แต่ขอโทษ ตอนนี้พ้นคุกละเว้ย ฮะเหยๆ
๐Shizuko๐ แอม พี่ดีใจมากที่ได้รู้จักกับแอม ถึงแม้ว่ามันจะเป็นได้แค่ในโลกแห่งความฝันก็ตาม สัญญาที่ให้ไว้พี่ยังรักษาอยู่เสมอ และของที่ระลึกที่แอมให้มาด้วย มันยังอยู่ติดตัวพี่ตลอดไม่ไปไหน ถ้าวันนั้นพี่ไม่เอาตัว Armon ทำข่าวตอนที่ลุย Antharas ในวันก่อนรวมเซิร์ฟ เราคงไม่รู้จักกันแน่นอน ขอบคุณมากๆ ที่บอกว่าประทับใจในตัวพี่ โชคดีนะน้องสาวที่น่ารักของพี่ ไว้แอมกลับมาเราไปวิ่งเล่นด้วยกันใหม่นะ
ไม่รู้ว่าลินเนจจะเป็นยังไงต่อไป แต่ว่า ความประทับใจที่ได้รับมามันจะเป็นภาพของความทรงจำที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง Online Role Playing Love Part II: TS Onlineช่วงเวลาที่ได้เปิดโลกใหม่หลังจากจมปลักกับ RO อยู่นาน แรกๆ ก็ไม่ได้คิดสนใจอะไรแต่พอนานๆ ไป มันก็น่าเล่นดีแฮะยิ่งเกี่ยวกับ 3ก๊ก ก็ยิ่งชอบ แล้วในตอนนั้น เราก็ได้รู้จักันพอดีเลยนะจ๊ะ กิ๊ฟ
ตอนแรกพี่รู้จักกิ๊ฟในฐานะที่พี่เข้าไปสมัครเป็นตัวละครในนิยายของกิ๊ฟ จำได้มั้ยน้อ Student Girl of Ragnarok ไง สารภาพตามตรงเลยว่าตอนเห็นชื่อเรื่อง เข้าใจว่าจะเป็นเรื่องแบบ X แต่พออ่านดูรู้สึกประทับใจในผลงานของกิ๊ฟ แล้วพี่ก็เลยมีโอกาสได้คุยกับกิ๊ฟทางเมล์ มาเป็น MSN แล้วก็มาเป็น TS Online
พี่ยังจำช่วงเวลาใน TS ของพวกเราได้ตลอด เวลาเก็บเลเวล พี่จะนอนหนุนตักกิ๊ฟ ไม่ก็กิ๊ฟหนุนตักพี่ พากิ๊ฟไปเที่ยวเก็บเลเวล ทำเควสท์ที่นั่นที่นี่ มันเป็นช่วงที่สนุกจริงๆ ยิ่งตอนที่พวกเราทำเควสท์แต่งงานกัน พี่ยังจำได้ไม่ลืม เราเล่น TS ด้วยกันมาจนจะเป็นปี จนใครๆ ในนั้นมันก็อดที่จะแซวพวกเราไม่ได้ TienLong และ หยางชุนหลาน จะต้องไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นแพคคู่เสมอ ตอนที่พี่พยายามหาของและขุนพลให้กิ๊ฟ พี่จำได้ว่าไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากวิ่งไล่จับโจรทั้งวันทั้งคืน จนได้เป็นแสนเอามาเป็นค่าของขวัญให้กิ๊ฟ
สมัยที่พวกเราอยู่กับลั้น กิ๊ฟเคยบอกว่าลั้นขอเบอร์แล้วโทรหา แล้วเข้าใจว่ากิ๊ฟอยู่กะพี่ โอ้วพระเจ้าช่วย มันคิดได้อย่างไร แต่พูดแล้วก็คิดถึงมันเหมือนกัน ตั้งแต่สึนามิ มันก็หายสาปสูญไปเลยติดต่อก็ไม่ได้
พี่จำได้ดีเลยเวลาที่กิ๊ฟงอนพี่เรื่องซิ่นซิน เรื่องยัยไอซ์ มันเป็นความทรงจำของพวกเราที่เวลานึกย้อนไปดูแล้ว พี่เองก็อดขำไม่ได้จริงๆ ยิ่งตอนเอาขุนพลมาตั้งชื่อแล้วสมมุติว่าเป็นลูกของพวกเรานี่ยิ่งขำ ขนาดว่ากิ๊ฟโดนแซวเลยละกันว่าเป็นคุณแม่ลูกห้า เทียนหลาน เทียนซวง เทียนผิง เทียนฮั่ว เทียนเสี่ยวชิง โดนแซวตลอด พี่เองก็โดนเหมือนกันว่าขยันปั๊มเหลือเกิน เออนะ นี่มันเกมนะไม่ใช่เรื่องจริง
เรื่องใน TS ถึงพี่จะเซฟภาพมาไม่หมด แต่สำหรับพี่มันก็ยังอยู่ในใจเสมอ กับความทรงจำสมัยนั้น แต่ตอนนี้ พี่อยากบอกว่าพี่ดีใจ ที่มีน้องสาวน่ารักอย่างกิ๊ฟ และขอโทษด้วย ที่หลายๆ ครั้ง พี่ทำให้กิ๊ฟปวดหัว หรือโมโห
จะว่าไป เลิกเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเถอะนะ คนเรามีอะไรดีไม่เหมือนกัน มันเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอก กิ๊ฟเป็นของกิ๊ฟแบบนี้ก็คือตัวตนของกิ๊ฟ และที่สำคัญกิ๊ฟมีพรสวรรค์ในตัว มันอยู่ที่กิ๊ฟพร้อมที่จะดึงเอามันออกมาเมื่อไหร่เท่านั้นเอง
เพราะฉนั้นพยายามเข้านะสาวน้อย สู้ๆ แล้วทุกอย่างจะดีเอง อย่าท้อแท้ง่ายๆ ก็พอ 25 octobre กว่าจะมาเป็น Armon ในทุกวันนี้22 ปีก่อน เด็กชายอายุ 7 ขวบคนนึง ร้องไห้อ้อนวอนขอร้องให้แม่ซื้อเครื่อง แฟมิคอม ให้ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถเข้ากลุ่มกับเพื่อนได้ แม้ว่าตัวเองจะมีเกมกดเล็กๆ สีฟ้าๆ เป็นเกมรถถังยิงจานบินที่เล่นเท่าไหร่ก็ไม่เคยเบื่อก็ตาม นานวันเข้าแม่ทนไม่ไหวยอมกัดฟันซื้อเครื่องแฟมิคอมอะไรที่ว่านี่ให้ จากร้านขายของเล่นในตลาดปีนัง วันนั้นไม่มีใครรู้ว่า เด็กคนนั้นในอนาคตจะได้ก้าวมาถึงจุดนี้ เป็น Armon อย่างทุกๆ วันนี้
ผ่านร้อนผ่าวหนาว ก้าวเข้ามาในวงการเกมจนถึงตอนนี้ได้ ก็ 22ปี พอดี เมื่อย้อนกลับไปมอง ระยะเวลากว่า 22ปี ที่ผ่านมา มันก็มีอะไรเกิดขึ้นมาหลายสิ่งหลายอย่างเลยทีเดียว จากเด็กธรรมดา กลายเป็นเด็กที่บ้าเกมขนาดหนัก และมีความไฝ่ฝันอยู่เสมอว่าโตขึ้นอยากทำงานด้านเกม ถ้าไม่ขายเกม ก็ทำบริษัทเกม ความคิดแบบเด็กๆ แท้ๆ พอโตขึ้นความฝันไม่ได้หายไปเพียงแต่มันจางลงไปตามอายุเท่านั้น และความบ้าเกมก็ลดลงกลายเป็นความหลงไหลในเกม และไฝ่รู้ อยากรู้อยากเห็นเสียมากกว่า เกมไหนไม่ผ่านติดตรงไหนก็ขวนขวายพยายามหาทางจะผ่านมันให้ได้ ตรงไหนดูแปลกๆ ความคิดแผลงๆ ก็ออกมา เหวกว้างๆ นี่ ถ้าเราอยู่บนนี้โดดข้ามไปจะถึงมั้ยหว่า หลังกำแพงนี้มันน่าจะมีอะไรซ่อนอยู่น้า ถ้าดิ่งลงเหวละกดกระโดดเราจะเด้งขึ้นมาได้มั้ยหว่า ต่างๆ นาๆ ที่มันเข้ามาในหัวสมอง จนในที่สุดก็พบคำตอบ เหวนั้นเมื่อโดดไปแล้ว มีฉากลับอยู่ หลังกำแพงคือโบนัส ถ้าดิ่งเหวกดกระโดด เราจะเด้งกลับขึ้นมาได้ นี่แหละ จุดเริ่มต้นอย่างแท้จริงที่สร้างจินตนาการขึ้นมาในหัวของเด็กตัวน้อยๆ
โลกพัฒนาขึ้น เทคโนโลยีก็ก้าวตาม แฟมิคอมเริ่มถูกตีตลาดจากเครื่องเล่น 16บิท PC Engine แน่นอนว่า ไม่ทันได้ซื้อ เพราะมีเมก้าไดรฟ์เสียก่อน แต่ PC Engine ทำให้เราได้พบกับเกมสกรอลชูตติ้งที่ทำได้สวยที่สุดในโลกเท่าที่เคยพบมาและเป็นตำนานของเกมยิงเน้นกราฟฟิก นั่นคือ R - Type และสุดยอดของเกมไฟท์ติ้งที่เป็นต้นตำรับอย่าง Street Fighter ส่วนเมก้าไดรฟ์ ก็เปิดโลก 16บิทให้ได้รู้จักที่ตอนนั้นไม่ได้มีความคิดอะไรมากไปกว่า เกมนี้มันหนุกอ่ะ ไดมาไคมูระ แฟนตาซี่สตาร์3 เฟลิอัส เฮลไฟร์ แล้วก็เกมอื่นๆ ที่เวลาอามาเล่นทีไรก็เรียกความรู้สึกเดิมๆ กลับมาได้ทุกครั้ง จนถึงตอนนี้เกมพวกนี้ก็ยังอยู่และเล่นได้ไม่ต่างจากอดีต
ในช่วงที่แฟมิคอมกำลังฮิตแบบสุดๆ และทำเกมออกมาต่อสู้กับเครื่องรุ่นใหม่ๆ ในหัวสมองของเด็กน้อย กลับเต็มไปด้วยจินตนาการ ถ้าเราได้เข้าไปอยู่ในเกมนั้นๆ มันจะเป็นยังไงนะ ถ้าเกมนี้สร้างมาเป็นการ์ตูนหรือหนังจะสนุกขนาดไหนนะ นี่คือจุดเริ่มต้นของแฟนฟิก ที่ตอนนั้นไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือได้ จึงทำได้แค่ปั้นขึ้นมาเป็นเรื่องเอาไปคุยไปเล่าให้กับเพื่อนๆ คอเกม ที่เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แล้วมาถึงตอนนี้ แฟนฟิกของเกมเหล่านั้นก็กลายมาเป็นตัวอักษรจริงๆ โดยที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลย
สิ้นยุคเมก้าไดรฟ์เข้าสู่ซูเปอร์แฟมิคอม ในยุคนี้การเล่นเกมมีจุดหมายมากขึ้น จากเดิมที่เล่นเพราะอยากชนะอยากเห็นฉากจบก็กลายเป็น อยากรู้เนื้อหา อยากรู้เนื้อเรื่อง ทำไงดี นี่ไง หาภาคภาษาอังกฤษ ไปเรียนภาษาญี่ปุ่น อย่างน้อยไม่รู้เนื้อเรื่องแต่ได้รู้ว่าตัวละครหรืออาวุธชื่ออะไรก็พอ แต่ผลพลอยได้มันมากกว่านั้น ประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษาภาษาญี่ปุ่นชั้นต้น ถูกนำมาวางไว้คอยเตือนใจ ประกาศนียบัตรการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาญี่ปุ่น ระดับ 4 และ 3 ตามมาเป็นลำดับ ภาษาอังกฤษที่เริ่มคล่องมากขึ้น มีคำศัพท์แปลกๆ ที่เพื่อนหลายๆ คน ไม่เคยเห็นหรือได้ยินออกมาจากปาก ระยะเวลาในช่วงนั้นมันช่างแสนวิเศษ มันเหมือนเราได้รู้ในสิ่งที่บางคนยังไม่รู้ จนถึงยุคสมัยของ PC
จากมัธยมปลายก้าวเข้าสู่รั้วอุดมศึกษา ความรู้เพิ่มเติมเหล่านี้ที่ได้มาสร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเองอย่างมหาศาล ภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นถึงขีดสุดและไปเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ภาษาญี่ปุ่นที่เรียนมาตั้งแต่ ม.4 ก้าวเข้าสู่ขั้นสูงสุดของระดับกลาง หรือ M5 แต่น่าเสียดายที่ไม่อาจไปได้เกินกว่านั้น เพราะเหตุผลเดียว ตารางเรียนชนกัน แต่ถึงภาษาญี่ปุ่นจะไม่ได้ต่อ วิชาอื่นที่ได้มาสมัยเรียนม.ปลาย ก็ยังมีเข้ามาแทนที่เสมอ นั่นคือ การถ่ายภาพ
เพราะความเป็นคนบ้ากล้อง บ้าเกม และ มีคอม ทำให้ตอนนั้นสามารถบอกได้เลยว่า ป๊อบมากๆ ในกลุ่ม โดยเฉพาะสาวๆ ^^ ภาษาอังกฤษที่ได้จากคอมพิวเตอร์ทำให้การเรียนภาษาเป็นไปอย่างราบรื่น B และ A เสมอ ส่วนการถ่ายภาพก็เปิดโลกทัศน์มากขึ้น และสร้างความไฝ่ฝันอันใหม่ขึ้นมา แต่ยังมีความฝันเดิมๆ หลงเหลืออยู่เสมอ โลกใหม่ที่ได้มองผ่านเลนส์ มันช่างดูสวยงามและกว้างใหญ่ไม่แพ้โลกในจอสี่เหลี่ยม และในที่สุด ยุคของอินเตอร์เน็ทก็เข้ามาถึง จากที่เล่นมันแต่เกมออฟไลน์โดยเฉพาะไฟลท์ซิมูเลชั่นตระกูลสตาร์วอร์สทั้งหลาย จนเรียกได้ว่าบินเดี่ยวเก็บยกฝูงอย่างสบาย ก็เปลี่ยนมาเป็นเกมออนไลน์ การเล่นแบบร่วมมือกัน สังคมที่มีกฏระเบียบให้ปฏิบัติตามเพื่อการอยู่ร่วมกัน นั่นคือ MUD และ Diablo
Diablo เป็นเกมแรกที่สอนให้รู้จักการเล่นแบบ Peer to Peer ได้ร่วมผจญภัยสวมบทบาทไปกับเพื่อนรัก ตลุยแดนนรกเพื่อสยบจอมปีศาจผู้ชั่วร้าย เป็นความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้ มันแตกต่างจากการเล่นแบบคนเดียวเหลือเกิน เวลามีเพื่อนอยู่ด้วย รู้สึกอุ่นใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนลอบทำร้าย สกิลต่างๆ ที่มีไว้ ถูกดึงออกมาช่วยเหลือกันและกันอย่างเต็มที่ ไฟร์วอลกั้นระยะของศัตรู ปิดท้ายเฟลมเวฟ ที่กวาดศัตรูจนราบ ตัวไหนยังหลงอยู่ต้องโดนของขวัญจากใจคือดาบและลูกธนู
MUD ออนไลน์ RPG ตัวแรกที่เป็น text ล้วนๆ แต่มันสร้างแรงบันดาลใจอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะการได้ร่วมเล่นในเซิร์ฟเวอร์ที่มีแต่กลุ่มเล็กๆ ของชาวต่างชาติ ทำให้รู้จักกับเพื่อนต่างแดนและคำว่าโลกไร้พรมแดนมากยิ่งขึ้น กฏระเบียบถูกตั้งขึ้น และปฏิบัติตามกันเป็นอย่างดี การใช้คำสั่งหยอกล้อ แซวกัน สร้างเสียงหัวเราะได้มากมาย การได้พูดคุยและรู้จักกับ Implementor ของเกม ทำให้รู้อะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น แต่แล้วยุคสมัยของ MUD ก็เริ่มถดถอยเมื่อการแชทเข้ามาระบาดในสังคมไซเบอร์ มีเพียงนักศึกษาไม่กี่คนในขณะนั้นที่รู้ว่ามีเกมแบบMUDให้เล่น แต่ส่วนใหญ่โดดเรียนมาเพื่อแชท เพื่อหลอกล่อ ขอเจอตัวกัน จีบกัน พลอดรักกัน
ในช่วงนั้น เรากลับใช้อินเตอร์เน็ทเป็นแหล่งข้อมูลอื่นแทน และ pantip.com ก็คือเว็บสังคมแห่งใหม่และเว็บบอร์ดแรกๆ ที่ทำให้รู้สึว่านี่สิ น่าจะเหมาะกับเรา จนยุคทองของเกมออนไลน์มาถึง เมื่อ RO เข้ามาสู่ชีวิต รูปแบบการเล่นเกมก็เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ ความรู้สึกเรื่องสังคม และกฏระเบียบที่มันติดตัมาตั้งแต่เล่น MUD และใน RO ทำให้เราได้เป็นในสิ่งที่อยากเป็น ได้มองเห็นในสิ่งที่เราวาดฝัน ตั้งแต่สมัยที่เรายังเด็ก และฟิกชั่นแบบเป็นทางการเรื่องแรกก็ออกมา แต่ไปได้แค่ครึ่งหน้าก็หมดอารมณ์ ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่า ในอนาคตให้หลัง จะได้มีโอกาสแต่งฟิกชั่นของเกมที่ชื่นชอบอีกครั้ง
ผ่านอะไรมาหลายอย่าง เข้าทำงานในควิกพีซี เล่ม X Download สังคมก็เริ่มกว้างขึ้น โอกาสและความท้าทายที่ทำให้ใช้สมองในการเขียนเชิงฟิกชั่นก็สูงขึ้น เมื่อต้องเขียนแนะนำเกมต่างๆ และต้องเขียนให้ดีกว่าของ AR ละ ฟิวเจอร์ ตามที่ บก. สั่งมา บวกกับความรู้สึกของตัวเองด้วย จนเมื่อเวลาว่างมาถึง ฟิกชั่นเรื่องแรกที่แต่งจบสมบูรณ์ก็ตามมา ฟิกชั่นที่แต่งล้อเลียนองค์บากซึ่งกำลังดัง แต่นำมาใช้ในการแซวเพื่อนๆ ใน pantip กันเอง เป็น เลนส์บาก (หากใครอยากรู้จักว่ามันเป้นยังไง ขอให้ลองเข้าไปตั้งกระทู้ถามในห้อง canon club ดู แล้วคำตอบจะออกมาเอง)
จนวันเวลามันล่วงเลยมาสู่ยุค 3D และได้สัมผัสกับลินเนจ2 เกมที่เปลี่ยนชีวิตผมมาเป็นทุกวันนี้ จากวันแรกของโอเพนเบต้า มาเป็นระยะเวลาหลายเดือน ผมก็มีโอกาสได้พบกับบุคคล 2 คน ที่ทำให้ผมกลายเป็น Armon ในตอนนี้ คือ คุณเร LadyRenee และคุณบี EthanB ผู้มีพระคุณทั้งสองที่ชักชวนและมอบโอกาสให้กับผมเข้าสู่วงการนักเขียนอิสระ นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้เกือบครบหนึ่งปีแล้ว ที่ผมทำงานในจุดนี้ สร้างผลงานไว้พอสมควร แต่ที่ภาคภูมิใจที่สุดสำหรับผม คือ ฟิกชั่น The Heroic Chronicle และหนังสือ C5 Guide Book ที่พึ่งคลอดออกมาไม่ถึงอาทิตย์
ถึงวันนี้ The Heroic Chronicle ที่ผมตั้งใจแต่งอย่างที่สุด ก็ปิดฉากของภาค1 ลงอย่างสมบูรณ์ และเปิดม่านของภาค2 เพื่อดำเนินเนื้อเรื่องต่อไป ให้ถึงที่สุด ถึงบทสุดท้ายของเรื่อง เพียงแต่ก่อนจะถึงตอนนั้น ผมอยากจะพูดเหลือเกินว่า ผมภูมิใจในนามปากกา Armon มากที่สุด และได้แต่หวังว่า ซักวันนามปากกานี้จะอยู่ในความทรงจำของเหล่าเกมเมอร์ไปตราบนานเท่านาน
ถึงตอนนี้ความฝันของผมก็เป็นจริงแล้วมากกว่าครึ่ง นั่นคือการได้ทำงานเกี่ยวกับเกม ส่วนที่เหลือถ้าหากผมยังหายใจได้อยู่ ผมก็ต้องสู้ต่อไป เพื่อทำให้มันเป็นจริง เหมือนอย่างที่ในอดีตผมทำมาแล้ว จากเด็กติดเกมธรรมดา มาเป็นนักเขียนอิสระของ OL2 เป็น Armon ในทุกวันนี้
|
|
|||
|
|